Sharing

นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติในฐานะทีมโฆษก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมภาค ปชช ชี้ว่า ความหวาดกลัวคนคิดต่าง การต้องการกำจัดคนคิดต่าง ปีศาจเผด็จการที่ฝังแน่นในจิตวิญญาณหัวหน้า คสช. ยังคงอยู่ แม้จะมีการยกเลิกประกาศ และคำสั่ง คสช. รวมถึง คำสั่งหัวหน้าคสช. 70 ฉบับ ตามประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 นั้น เป็นการยกเลิกเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงอยู่  400 กว่าฉบับ ห้าปีที่ผ่านมา คสช. ได้ออกประกาศ คำสั่ง รวมถึงคำสั่งหัวหน้าคสช.  554 ฉบับ โดยคำสั่งประกาศที่เปิดเผยความเป็นปีศาจเผด็จการ ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ฝังแน่นในจิตวิญญาณหัวหน้า คสช. ยังคงอยู่โดยเฉพาะคำสั่งและประกาศไม่น้อยกว่า 39 ฉบับที่เรียกให้ผู้ที่เห็นต่างมารายงานตัวกับคสช. หลังก่อรัฐประหารใหม่ๆ เมื่อปี 2557 ใครไม่มาจะถูกจับกุมดำเนินคดีมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ซึ่งตนเคยเรียกร้องให้ยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่มีการตอบรับจากหัวหน้า คสช.

นางสาวเกศปรียา กล่าวต่อว่า ผลพวงจากประกาศคสช. เรียกให้ผู้ที่เห็นต่างมารายงานตัวกับคสช. หลังก่อรัฐประหารไม่น้อยกว่า 39 ฉบับ คือประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 1/2557,  2/2557, 3/2557, 5/2557, 12/2557, 13/2557, 14/2557, 15/2557, 16/2557, 18/2557, 19/2557, 23/2557, 25/2557, 29/2557, 30/2557, 31/2557, 34/2557, 35/2557, 36/2557, 39/2557,  40/2557, 41/2557 42/2557, 43/2557, 44/2557, 46/2557,  48/2557, 49/2557, 50/2557, 52/2557, 53/2557, 57/2557, 58/2557, 61/2557, 63/2557, 65/2557, 68/2557, 82/2557, 86/2557, ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิความเป็นประชาชนไทย ทำให้เกิดผู้ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง ประจานความเป็นปีศาจเผด็จการของหัวหน้า คสช. ในการริดรอนสิทธิเสรีภาพความเป็นประชาชนไทยของผู้คนเหล่านี้ทำให้ประโยชน์ประเทศชาติเสียหายกว่าการที่นักการเมืองฝ่ายค้านเดินทางไปพบปะนักการเมืองในยุโรปอย่างที่รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี พล.โทวีรชนกล่าวอ้างเมื่อวานนี้มากในสายตาประชาคมโลก

นางสาวเกศปรียา ชี้ว่า ถ้าหัวหน้า คสช. ยกเลิกคำสั่ง การเรียกผู้ที่เห็นต่างมารายงานตัวตามประกาศคำสั่ง คสช. ไม่น้อยกว่า 39 ฉบับที่ตนเคยเรียกร้อง รวมทั้งยกเลิกประกาศ คสช. ที่ให้อำนาจทหารมาริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่าง คำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารค้น จับกุม กักตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และมีอำนาจในการร่วมสอบสวนพร้อมกับตำรวจ ในประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 หัวหน้า คสช. หรือ พลเอกประยุทธ์จะได้ไม่ต้องเป็นวัวสันหลังหวะ ไม่ต้องหวาดระแวงและวิตกกังวลกลัวพรรคฝ่ายค้านจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะกับนักการเมืองต่างประเทศ แล้วอ้างว่าจะทำให้เสียผลประโยชน์ของประเทศ ผู้ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริงต้องยอมรับกฏหมายและกติกาของสากล ไม่ทำพฤติกรรมที่ประชาคมโลกไม่ยอมรับเช่นการใช้กำลังทหารมาล้มล้างการปกครองหรือล้มล้างรัฐบาล รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นการล้มล้างรัฐบาลต้องมาจากการตรวจสอบของสส. ซึ่งมาจากประชาชนเช่นกัน พลเอก ประยุทธ์ต้องศึกษากฏหมายและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เพื่อจะได้เข้าใจว่าการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีกระบวนการเช่นไร เพื่อจะได้ไม่ทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์จากวิธีคิดแบบปีศาจเผด็จการในจิตวิญญาณของหัวหน้า คสช. ที่ไม่ต้องการปรองดอง

อย่างไรก็ตามแม้พลเอกประยุทธ์ไม่ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ริดรอนสิทธิความเป็นพลเมืองไทยเหล่านี้ แต่เจ็ดพรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้ยกเลิกคําสั่งคสช.ดังกล่าว  ผู้ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ในต่างประเทศมีสิทธิความเป็นพลเมืองไทยที่มีสิทธิอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ต้องสามารถเข้าออกแผ่นดินไทยได้ ไม่มีใครมีสิทธิกำจัดผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากตนเอง ดั้งนั้นผู้ใดจะมากล่าวอ้างว่า “ปี 2557 กำจัดไปส่วนหนึ่งแล้ว” ไม่ได้ นางสาวเกศปรียา กล่าวทิ้งท้าย

 


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here