Sharing

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่่ผ่านมา โดยนาย ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้นำความเห็นของผู้ช่วยผู้พิพากษา 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะในศาลฎีกา เห็นแย้งกับหัวหน้าองค์คณะในศาลฎีกา กรณีที่มีโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยหัวหน้าคณะในศาลฎีกาซึ่งเป็นเจ้าของคดี มีความเห็นตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรพิเศษที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ผู้ช่วยผู้พิพากษาอีก 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะเห็นแย้ง โดยเห็นว่า ป.ป.ช.ถูกฟ้องร้องได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความเห็นแย้งในคำพิพากษาขององค์คณะในศาลฎีกา สำนวนคดีจึงถูกส่งถึงนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกาต้องการให้เกิดความรอบคอบ จึงนัดที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณากรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ที่ประชุมใหญ่ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการวางแนวคำพิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ในครั้งนี้ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรซึ่งมีที่มาตามขั้นปกติ ขณะที่องค์กรอื่นมีที่มาที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพยังสามารถถูกฟ้องร้องได้ ในที่สุดที่ประชุมจึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 141 ต่อ 28 เห็นว่า ป.ป.ช. ถูกฟ้องร้องได้


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here