Sharing

(18 ก.ค.62) คมชัดลึก รายงานว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายประภัตร โพธสุธน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงเป็นครั้งแรกพร้อมกันในเวลา 9 นาฬิกา โดยเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย พระภูมิชัยมงคลท้าวเวสสุวรรณ ศาลตายาย พระพิรุณทรงนาค หน้าอาคารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระพิรุณทรงนาค บริเวณห้องพิพิธภัณฑ์  โดยมีปลัด รองปลัดอธิบดี และข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การต้อนรับ

จากนั้นได้พาชมกระทรวง โดยเฉพาะห้องทำงานของรัฐมนตรีทั้ง4ท่าน ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหากระแสข่าวแย่งชิงห้องทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งปีกซ้ายที่รัฐมนตรีแย่งกันนั้น  นายประภัตร โพธสุธน ได้ใช้เป็นห้องทำงาน แม้จะเป็นห้องที่ทำงานขนาดใหญ่ กว้างขวาง และมีกระแสเล่าลือว่าเป็นห้องที่มีอาถรรพ์ ซึ่งนายประภัตรก็ได้ใช้วิธีการอัญเชิญพระพุทธรูปปรางประธานพรมาประดิษฐานไว้ในห้องทำงาน

นายประภัตร เปิดเผยว่า ได้ใช้วิธีการอัญเชิญพระพุทธรูปปรางประธานพรมาประดิษฐานไว้ในห้องทำงานเพื่อช่วยส่งเสริมเรื่องการทำงาน และทั้งหมดก็ทำเพื่อประชาชน ทั้งนี้ยังได้ขอพร ให้ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง จัดการเรื่องน้ำ /ราคาพืชผลทางการเกษตร และเรื่องยางพาราจะต้องปรีบขึ้นถึง 65บาท รวมถึงการชดเชยราคาข้าว ซึ่งวันนี้ที่บต้นทุนราคาข้าวอยู่ที่ตันละ5,000บาท แต่บ้านเรา ผลผลิตมันไม่ดี ได้600-800กิโลกรัม ซึ่งทำให้อยู่ได้แค่จุดคุ้มทุน ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีการชดเชยราคาอย่างแน่นอน ส่วนจะเรียกการชดเชยเงินครั้งนี้ว่าอย่างไรจะต้องหารือกันอีกครั้งรวมถึง ราคาที่จะต้องชดเชยด้วย ทั้งนี้นายประภัตร ยืนยันว่า หากมีกลุ่มเกษตรกรมีการเคลื่อนไหวมายังกระทรวงเกษตรและหสกรณ์หากไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ก็ยินดีต้อนรับและอยากให้มา
ร้อยเอกธรรมนัส  เปิดเผยว่า จะดูแลหน่วยงานใดเป็นหลักจะต้องให้รัฐมนตรีจะมอบหมายอีกทีหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ส่วนกรณีที่คนมองว่าเป็นรัฐมนตรีแบล็กลิสต์ จะล้างภาพนี้อย่างไร ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ตั้งแต่ทำงานการเมืองก็ทำเพื่อประชาชนมาตลอด เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจริงจังแค่ไหน และผมจะเริ่มทำงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม และตนเองมาจากดินรู้ว่าพี่น้องประชาชนทำงานอย่างไร ไม่อยากว่าคนอื่นหรือหน่วยงานราชการว่าที่ผ่านมาไม่ทำอะไรจริงจังเพื่อประชาชน ซึ่งตนเองจะไม่รอ จะขอเริ่มงานเลยในวันนี้  และไม่กังวลว่า ประวัติของตัวเองจะถูกนำมาขุดคุ้ยอภิปรายในสภา เพราะอดีตเราย้อนไปแก้ไม่ได้ ต้องพิสูจน์ว่าเราเข้ามาทำเพื่อประชาชน หากทำไม่ได้ ต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ใช่ให้เขามาไล่

 

ขอบคุณภาพ Tanakorn Wongpanya

 


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here