Sharing

เป็นข่าวใหญ่ไปเรียบร้อยกับพิธีรับมอบสารสกัดน้ำมันกัญชา 4.5 พันขวด ชนิดที่ THC สูง บรรจุขวด 5 CC. ที่องค์การเภสัชกรรม มอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของนโยบายกัญชาทางการแพทย์ของพรรคภูมิใจไทย เพราะสารสกัดน้ำมันกัญชาข้างต้น จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างมหาศาล

เริ่มจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ระบุว่า  จากนี้ จะทยอยส่งสารสกัดน้ำมันกัญชาข้างต้นไปใช้ในโครงการวิจัยรักษาผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล

ได้แก่ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด โรคลมชัก ที่รักษายากและที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล และใช้ในการควบคุมอาการโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทอักเสบ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เป็นต้น รวมทั้งการศึกษาวิจัยการรักษาโรคมะเร็ง

ฝั่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ระบุว่า จะนำสารสกัดน้ำมันกัญชาดังกล่าว จำนวน 3,900 ขวด กระจายใช้กับผู้ป่วย ในคลินิกผสมผสานแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในโรงพยาบาล 19 แห่ง คือ โรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง เขตสุขภาพละ 1 แห่ง ได้แก่ รพ.ลำปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.สวรรค์ประชา รักษ์ จ.นครสวรรค์ รพ.สระบุรี รพ.ราชบุรี รพ.ระยอง รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.บุรีรัมย์ รพ.สรรพสิทธิ ประสงค์ จ.อุบลราชธานี รพ.สุราษฎรธานี รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

และในเดือนกันยายน จะได้เริ่มกระจายน้ำมันกัญชาสูตรตำรับแพทย์แผนไทย ผ่านสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย 7 แห่งครอบคลุมทุกภาค ได้แก่ ภาคเหนือ รพ.เด่นชัย จ.แพร่ และ รพ.หนองฉาง จ.อุทยัธานี ภาคกลางที่รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม และรพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รพ.พระอาจารย์ฝ้ัน อาจาโร จ.สกลนคร และรพ.คู เมือง จ.บุรีรัมย์ ภาคใต้ที่รพ.ท่าฉาง จ.สรุาษฎร์ธานี เป็นการให้บริการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น

ขณะที่นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สารสกัดกัญชาล็อตแรก จำนวน 600 ขวด ที่กรมการแพทย์ได้รับ จะนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง 100 ขวด เพื่อศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัว ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งท่อทางเดินน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และ มะเร็งตับอ่อน อีก 500 ขวด จะนำไปศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดกัญชาในหนูทดลอง รวมถึงทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง

ชัดเจนว่ากัญชา 4,500 ขวด ที่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่งได้รับมานั้น ถูกแจกจ่ายไปยังโรงพยาบาล 19 แห่งทั่วประเทศจำนวน 3,900 ขวด เพื่อใช้รักษา “กลุ่มโรค” ดังนี้

กลุ่มที่ 1 โรคหรือภาวะที่สารสกัดจากกัญชาได้ประโยชน์ เช่น โรคลมชักที่รักษายาก โรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะคลื่นไส้จากการรักษาเคมีบำบัดที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล

และกลุ่มที่ 2 โรคหรือภาวะที่สารสกัดกัญชาน่าจะมีประโยชน์ในการควบคุมอาการของโรค เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทอักเสบ โรควิตกกังวล ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย  ขณะที่อีก 600 ขวด จะอยู่ในมือของกรมการแพทย์ เพื่อนำไปทดลองหาทางฆ่าเซลล์มะเร็ง รวมไปถึงศึกษาหาประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการใช้สารสกัดข้างต้น

สารสกัดกัญชา 4,500 ขวด มิได้เป็นจำนวนที่มากมาย จึงจำเป็นต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

Ringsideการเมือง


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here