Sharing

ภายหลังที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีข้อสรุปแนวทางเกี่ยวกับรถตู้สาธารณะ คือไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรถตู้เป็นรถไมโครบัสในทันที แต่เปลี่ยนเป็นภาคสมัครใจ ล่าสุดคณะทำงานพรรคภูมิใจไทย ประจำกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความเป็นจริงมติความเห็นข้างต้นเเละรมว.คมนาคมไม่ได้หวังเอาใจชาวรถตู้เพียงอย่างเดียวแต่ได้พิจารณาสภาพความเป็นจริงของผู้เกี่ยวข้องทุกมิติ พร้อมทั้งยังปิดช่องมิให้บุคคลใดหรือกลุ่มใด ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนรถตู้ไปเป็นรถไมโครบัส

“เนื่องจากทราบว่าเกิดจากผู้วางแผนนำเข้ารถไมโครบัสจากจีน เข้ามาขายแทนการใช้รถตู้ จนเสียประโยชน์ จากสิ่งที่ รมว.คมนาคมระบุว่าไม่มีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส แต่ให้สิทธิผู้ประกอบการเลือก ว่าจะใช้รถตู้หรือไมโครบัสก็ได้ ซึ่งทราบว่าการสั่งต่อรถไว้แล้ว มากกว่า 10,000 คัน ซึ่งหากมีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส ทั้งหมด จะเสียเงินออกนอกประเทศ มากกว่า 20,000 ล้านบาท ที่น่าจะกระทบภาวะเศรษฐกิจไทยตอนนี้”

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สำหรับข้อดีของการอนุญาตให้ใช้รถตูต่อไปเพราะ รถประกอบในประเทศไทย มีการจ้างแรงงาน สร้างรายได้ให้คนไทย แต่รถไมโครบัส เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน หากใช้รถไมโครบัส100% ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และ คนงานไทยที่จะไม่มีงานทำในสภาวะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากทองเป็นปัญหาหลักของประเทศตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ที่จะต้องเร่งแก้ไขด่วน

นอกจากนี้ หากมีการบังคับให้ปรับเปลี่ยนจากรถตู้เป็นไมโครบัสทั้งหมด จะทำให้เกิดปัญหาไม่มีรถให้บริการประชาชน เพราะผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัสมาให้บริการ เนื่องมีราคาสูงกว่ารถตู้ 1 เท่าตัวจากรถตู้ 1 ล้านบาทเศษเป็น 2 ล้านบาทเศษ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัส และหากมีต้นทุนรถเพิ่ม ก็จะกระทบกับการบริการประชาชนทั้งราคาค่าโดยสารที่แพงขึ้น และรถที่ไม่เพียงพอ

“ ข้อเสนอคือให้เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ใครอยากเปลี่ยนเป็นไมโครบัส ก็เปลี่ยนได้ไม่ได้ห้าม ตามความเหมาะสมกับการบริการของแต่ละพื้นที่ และสถานะเศรษฐกิจของแต่ละคน เพื่อไม่เป็นการมัดมือชก ไม่เป็นการบังคับซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุน”

แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย กระทรวงคมนาคม มีเหตุผลทางวิชาการสนับสนุนว่า อุบัติเหตุบนถนนเกิดจากผู้ขับขี่บกพร่อง และ ประมาท เมาแล้วขับ มากกว่าเกิดจากยานพาหนะ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการคือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ด้วยการตรวจสอบผู้ขับขี่รถอย่างเข้มงวด และการตรวจสอบสภาพรถอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการรับผู้โดยสารตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้

ขอบคุณ : ไทยโพสต์


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here