Sharing

วันนี้ (14 สิงหาคม 2562) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ. นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ผู้แทนเลขาธิการสภากาชาดไทย, นายแพทย์โสภณ เมฆธน กรรมการอำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย,

นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, นายแพทย์สุรสีห์ พร้อมมูล นายกสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย, นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะเนื้อเยื่อและดวงตา ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสภากาชาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ได้มาร่วมลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสภากาชาดไทย เพื่อบูรณาการเสริมประสิทธิภาพเรื่องการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ

ส่วนตัวสนับสนุนเรื่องการบริจาคอวัยวะ เพราะช่วยให้คนที่จากไปได้บุญ และทำให้ผู้ป่วยได้ต่ออายุ ที่ผ่านมาขับเครื่องบินรับส่งอวัยวะไปแล้ว 26 ไฟลท์บิน

สำหรับเรื่องของการบริจาคอวัยวะต่อชีวิตผู้ป่วย จากประสบการณ์ สิ่งที่สำคัญคือผู้บริจาคอวัยวะต้องสมองตาย จากนั้น ขออนุญาตจากญาติ ต้องลุ้นว่าทางญาติจะตัดสินใจอย่างไร จุดนี้ มีปัญหาเรื่องความเชื่อ ซึ่งคนจำนวนมาก ยังมองว่าการให้อวัยวะ จะทำให้เกิดชาติหน้า ได้อวัยวะกลับมาไม่ครบ ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ อยากให้มองเรื่องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นสำคัญก่อน

“ตนให้เกียรติผู้บริจาคมาก ทุกครั้งที่ได้อวัยวะมาจะขอขมา และดูแลอวัยวะนั้นเป็นอย่างดี ถือเป็นบุญสุดท้าย บางครั้งเป็นความตั้งใจสุดท้ายของเขา เราจะพลาดไม่ได้เลย”

ด้านนายแพทย์สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข และสภากาชาดไทยได้บูรณาการเรื่องรับบริจาค และปลูกถ่ายอวัยวะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลผู้ปลูกถ่ายอวัยวะเป็นไปอย่างครบวงจร

กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายคือ เพิ่มการปลูกถ่ายอวัยวะ ลดการตาย ได้คิวเร็ว โดยมีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในทุกเขตสุขภาพเป็นศูนย์รับบริจาคและเป็นศูนย์ปลูกถ่ายไตและดวงตา

นอกจากนั้น ยังได้พัฒนาทีมผ่าตัดส่วนภูมิภาคอย่างน้อยเขตละ 1 ทีม ลดข้อจำกัดในการนำอวัยวะออก และมีศูนย์ปลูกถ่ายไตและดวงตาอย่างน้อยเขตละ 1 โรงพยาบาลเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างครบวงจร

พร้อมทั้งจัดทำโครงการดวงตาสดใสเทิดไท้ 84 พรรษามหาราชินีเพิ่มการปลูกถ่ายกระจกตาในผู้ป่วยกระจกตาพิการ 8,400 รายที่จะครบกำหนด 12 สิงหาคม 2564

ทำให้มีผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยเฉพาะไตและดวงตาเพิ่มมากขึ้น ลดการเดินทางไปส่วนกลาง

ขณะที่นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล กล่าวว่า การปลูกถ่ายอวัยวะเนื้อเยื่อและดวงตาเป็นการรักษาที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ลดความพิการ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด แต่ยังมีปัญหาในการเข้าถึงการปลูกถ่ายซึ่งมีผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตาเพิ่มเกินกว่าความสามารถในการดำเนินการ

ผู้สื่อข่างรายงานว่า ปัจจุบัน มีผู้รอรับอวัยวะ 6,245 รายและผู้รอรับดวงตา 12,964 ราย ขณะที่สามารถปลูกถ่ายอวัยวะได้ปีละ 500-700 รายและปลูกถ่ายกระจกตาได้เพียงปีละ 700-800 ราย เท่านั้น

สำหรับนายอนุทิน เป็นบุคคลซึ่งให้ความร่วมมือกับสภากากาชาดไทย ในการขับเครื่องบินรับส่งอวัยวะ มาตั้งแต่ปี 2554 ถึงวันนี้ นายอนุทินบินไปแล้ว 26 ไฟลท์บิน กระทั่งได้โล่ห์เชิดชูเกียรติ จากสภากาชาดไทย


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here