Sharing

วันนี้เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ไต่สวนชี้มูลความผิด สส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ไปแสเงพฤติกรรมกร่างในจังหวัดภูเก็ตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมไทยภายหลังจากคลิปดีงกล่าวว่อนในโซเชียลมีเดียในขณะนี้นั้น

การที่ นายสิระ เจนจาคะ ซึ่งมีตำแหน่งเป็น สส.พรรคพลังประชารัฐปะทะคารมกันกับรองผู้กำกับฯ สภ.กระรน จ.ภูเก็ต โดยอ้างว่าตำรวจไม่มาดูแลอารักขารักษาความปลอดภัยท่าน สส.นั้น เป็นการใช้อำนาจที่ผิดเพราะอำนาจหน้าที่ของตำรวจตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ม.6(1) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ คือ รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะเท่านั้น ไม่มีข้อความไหนที่บัญญัติให้มาทำหน้าที่อารักขา สส. ผู้ใดด้วยได้

แต่หาก สส. คิดว่าการไปทำงานแล้วไม่ปลอดภัย ถูกขู่ฆ่าหรือเป็นพยานในคดีอาญา ก็สามารถขอความคุ้มครองได้ตามระเบียบ สตช.ว่าด้วยการกำหนดแนวทางปฏิบัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2548 แต่ถ้าไม่เป็นและคิดว่าไม่ปลอดภัย ต้องการตำรวจอารักขาก็ยังสามารถยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการภาคต่างๆ หรือสันติบาล ขอกำลังตำรวจอารักขาได้ ผบช.จะพิจารณาเหตุผลส่งตำรวจชั้นประทวนไปอารักขาไม่เกิน 2 คน ตามคำสั่ง สตช.ที่ 38 /2548 เรื่อง การให้ความคุ้มครองบุคคล

อย่าอ้างว่า สส.มาทำเพื่อชาติ คนอื่นเขาก็ทำเพื่อชาติเช่นกัน ชาวนา ชาวไร่ พ่อค้า นักธุรกิจ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากมายเขาทำเพื่อชาติเช่นกัน เขาไม่เห็นเรียกร้องให้ตำรวจตั้งขบวนดูแลตอนไปทำภารกิจของเขาเลย เพราะหากตามใจ สส. มากเกินไปตำรวจก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ตาม ม.79(1) ชอง พรบ.ตำรวจ 2547 ได้

แต่การแสดงออกและหรือการกระทำของ สส.ดังกล่าวที่เรียกร้องให้ตำรวจต้องมาดูแลอารักขารักษาความปลอดภัยนั้น ถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก และส่อที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.185 และอาจเข้าข่ายการรับประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ และอาจเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นข้อห้ามในมาตรฐานทางจริยธรรมโดยชัดแจ้ง

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนและมีความเห็นในเรื่องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการไต่สวน ชี้มูลความผิด ซึ่งตาม ม.101 (7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 หากเข้าข่ายกระทำการต้องห้ามตาม ม.185 อาจมีความผิดเป็นเหตุให้ขาดจากความเป็น สส. ได้ นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here