Sharing

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการทำประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) และร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย ที่ร่างโดยพรรคภูมิใจไทย ว่า

ร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการดำเนินนโยบายต่อเนื่องของพรรคภูมิใจไทย แรกเริ่มเดิมที่พรรคภูมิใจไทย มองว่ากัญชา มีสารสำคัญที่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ และกัญชา ยังเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถนำมาเป็นพืชเศรษฐกิจได้ จึงคิดนโยบายกัญชาขึ้นมา โดยมีเรื่องของการใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นธงนำ ซึ่งประชาชนต้องสามารถปลูก และใช้รักษาตนเองได้บ้านละ 6 ต้น เมื่อได้เข้าร่วมรัฐบาล จึงเป็นหน้าที่ของพรรคที่ต้องผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ แต่ก็ติดปัญหากฎกรอบทั้งของไทย และของต่างประเทศ ต้องหาทางแก้ไขให้นโยบายสามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นที่มาของร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ที่ออกมาเพื่อแก้ล็อกกฎกรอบเดิม

เริ่มกันที่ร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ แก้ไขเพิ่มเติม สาระสำคัญที่มาตรา 26/2 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นําเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เว้นแต่ในกรณีเพื่อประโยชน์สําหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ ในกรณีกัญชาซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis indica (Cannabis sativa forma indica) ในวงศ์ Cannabidaceaeให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถปลูกเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพื่อการรักษาทาง การแพทย์ผลิต จําหน่าย ได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อครอบครัว ภายใต้การควบคุม กํากับดูแล และการบริหารของสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย

ตรงนี้ เป็นการแก้ล็อกกฎหมายไทย เปิดทางนโยบาย 6 ต้น ให้คนไทยได้ปลูกเพื่อรักษาตัวเอง แต่ยังมีล็อกของกฎหมายต่างชาติ ที่ต้องคำนึงถึง และเงื่อนไขคือภาครัฐต้องควบคุมการปลูกกัญชา ให้สอดคล้องกับการใช้เพื่อรักษาผู้ป่วย การควบคุมนั้นต้องทำอย่างเข้มงวด มีการทำรายงานส่งอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ประเทศไทย ก็ต้องมีหน่วยงานดังกล่าวขึ้นมา เป็นที่มาของร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เพื่อดูแลกิจการต่างๆที่เกี่ยวกับกัญชา และพืชยาเสพติดต่างๆ ตั้งแต่การอนุญาตให้ปลูก การจำหน่าย การรับซื้อ เป็นต้น

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า กฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เป็นการปิดช่องทางให้นายทุนมาใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยระบุไว้ในร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย มาตรา 6 ข้อ 2 สถาบัน มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้ประชาชนหรือนิติบุคคลในการปลูก ผลิต จําหน่าย นําเข้า ส่งออก ภายใต้ การควบคุมและกํากับดูแล ส่วน ข้อ 3 ซึ่งระบุว่า สถาบัน มีหน้าที่รับซื้อพืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เท่ากับสถาบัน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ เป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่ผูกขาดการอนุญาตให้ปลูก การผลิต จำหน่าย ไปจนถึงการรับซื้อกัญชา จึงหมดกังวลเรื่องนายทุน

“ขอย้ำว่ากฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เน้นเรื่องผลประโยชน์ต้องตกเป็นของประชาชนเป็นลำดับแรก อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดัน เพื่อให้กัญชากลับมาเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม”


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here