Sharing

(11 ก.ย.62) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยว่า ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ ต่างเดินหน้าทำงานในหน้าที่อย่างหนัก ทั้งการลงพื้นที่ หรือดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มีแนวทางจะจัดตั้ง “ซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์” เพื่อเป็นแหล่งรวมสินค้าคุณภาพจากจังหวัดต่างๆ ทำให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น ส่วนนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ก็ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อผลักดันโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ชาว กศน.สุโขทัย ได้ผลักดันสู่การค้าออนไลน์อย่างมีคุณภาพ ในการขับเคลื่อนสู่การค้าในโลกยุคดิจิทัล เช่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก กศน.อำเภอทุ่งเสลี่ยม ขณะที่นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ได้มีการมอบหมายให้สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) เตรียมการดำเนินงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อให้สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยในระดับฐานรากได้อย่างแท้จริง

“จะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย แม้อาจจะมีหลายคนมองว่าเป็นแค่รัฐมนตรีช่วยว่าการ จะไปสามารถทำอะไรได้ แต่คนของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้นำประเด็นดังกล่าวมาเป็นปัจจัยอุปสรรคในการทำงาน รัฐมนตรีช่วยทุกคนต่างเดินหน้าทำงานแก้ปัญหา พัฒนาโครงการ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในมิติที่ตนเองรับผิดชอบอย่างเต็มที่ จึงทำให้เห็นผลงานออกมาโดยตลอด” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

ส่วนจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายค้านกำลังเดินหน้ารณรงค์เรียกร้องอยู่ในขณะนี้ พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า จริงๆเรื่องดังกล่าวตนเองไม่อยากแสดงความเห็น แต่เข้าใจว่าเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจ เมื่อมีการถามมา ตนก็สามารถตอบได้ในหลักการว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดมาตลอดว่าอะไรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งพรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมด้วย เพราะความขัดแย้งจะเป็นตัวฉุดรั้งในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล คงจะฟันธงพูดแทนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ว่าต้องแก้ไขเมื่อไหร่ อย่างไร เพราะมีกระบวนการขั้นตอนที่ต้องพิจารณา และต้องมีการหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาลก่อน ต้องมีความรอบคอบ ที่สำคัญคือต้องถามความต้องการของพี่น้องประชาชนก่อน

“การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทย จะอยู่ความต้องการและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง หรือดำเนินการท่ามกลางความขัดแย้ง พรรคภูมิใจไทย มองว่าสิ่งไหนที่เป็นปัญหา หรือเป็นอุปสรรค ต่อผลประโยชน์ของประชาชน เราสามารถที่จะคุยกันได้ทั้งฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะเราคิดว่าหากเป็นเรื่องที่สามารถช่วยขจัดปัญหาอุปสรรคให้พี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อประเทศในภาพร่วมอย่างแท้จริง พรรคภูมิใจไทยก็อาจสามารถช่วยสนับสนุนได้” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here