Sharing

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีระเบียบวาระการประชุมคือ การตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย   ได้ตั้งกระทู้ถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีที่มีสื่อออสเตรเลียรายงานข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส  พัวพันกับคดียาเสพติด

โดย พล.ต.ท.วิศณุ ได้ถามหาความรับผิดชอบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยล่าสุด มีรายงานจากสื่อประเทศออสเตรเลีย ถึงกรณีดังกล่าว ดังนั้น ตนจึงถามว่า ในช่วงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว หรือมีการปกปิดช่วยเหลือ และนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไรต่อกรณีนี้

“ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกศาลประเทศออสเตรเลียพิพากษาจำคุก เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนและค้ายาเสพติด ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง มีการตรวจสอบจากนักสืบโซเชียลมีเดีย ซึ่งร.อ.ธรรมนัสเคยชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ล่าสุดหนังสือพิมพ์ของประเทศออสเตรเลียตีพิมพ์บทความ ซึ่งมีการแปลจากภาษาอังกฤษว่า จากซาตาน สู่เสนาบดี ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวมีคำให้การของร.อ.ธรรมนัส และหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว และร.อ.ธรรมนัสถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศด้วย ดังนั้น ขอถามนายกฯ ว่า ถือว่าขัดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญหรือไม่” พล.ต.ท.วิศณุกล่าว

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของตนที่เกิดขึ้นในอดีต โดยประเด็นที่ตนถูกตั้งคำถามว่า ในปี 2540 ตนถูกกล่าวหาว่าร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้บุคคลอื่นเสียชีวิตนั้น ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลคดีดังกล่าวถึงที่สุด เมื่อปี 2546 ไม่มีคู่ความอุทธรณ์คดี ไม่มีการลงโทษ และตนเป็นผู้ชนะคดี ทั้งนี้ คดีในประเทศไทยตนไม่เคยถูกพิพากษาว่ากระทำผิดในคดีใดๆ ส่วนกรณีคดีที่เกิดที่ประเทศออสเตรเลียนั้น ยืนยันว่าไม่ได้รับสารภาพว่าขนยาเสพติด และไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน หรือสอบสวน แต่ถูกล็อคอัพ 8 เดือน จากนั้นถูกส่งไปดูผู้ต้องขังเด็กที่เกเร เมื่อทำงานเสร็จก็กลับมานอนที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ 4 ปีคดีจบ เพราะศาลประเทศออสเตรเลียให้ตนอยู่ในกระบวนการการต่อรองการรับสารภาพ ( Plea Bargaining) เพื่อให้กระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จแค่นั้น แต่เมื่อยุติ ตนยังอยู่ต่อเพราะอยากใช้ชีวิตกับครอบครัว

“นายไมเคิลฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ส่งอีเมล์มาหาผมและขอคุยกับผมโดยไม่ทราบเหตุผล แต่นัยที่ไมเคิลสอบถาม คือ ให้พูดคุย ผมตอบว่าจะคุยเรื่องอะไร เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ไปดูประวัติตัวเองว่านำเสนอข่าวอะไรบ้าง ส่วนที่อ้างคำพิพากษานครซิดนีย์ ซึ่งเป็นศาลท้องถิ่น อ้างว่ามีคำให้การของผม และอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องดักฟังผมนั้น ไม่ทราบว่าได้ศึกษากฎหมายหรือไม่ เพราะบทลงโทษของศาลออสเตรเลีย หากมีครอบครองในจำนวนมากต้องติดถึงคุกตลอดชึวิต ดังนั้นอย่าเอาแต่มันพูดเท่านั้น ตอนผมไปประเทศออสเตรเลียยังเด็ก ภาษาอังกฤษยังพูดไม่รู้เรื่อง ฟังยังไม่กระดิก ทั้งนี้คดีนี้เมื่อศาลพิจารณาถึงที่สุด ต่างชาติที่ต้องคดีถูกยกฟ้อง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ตามกระทู้ที่ถามตนขอตอบแทนนายกฯ ว่า ชีวิตของตนผ่านพระราชกฤษฎีกา และ พระราชบัญญัติล้างมลทินมาหลายฉบับ ซึ่งบุคคลที่เป็นตำรวจทราบดีว่ามีสารสำคัญอะไรบ้าง ทั้งนี้ตนขออยู่กับปัจจุบัน และขอทำงานเพื่อประชาชน อย่านำเรื่องไร้สาระโจมตีกัน ทั้งนี้ตนถือว่าโชคดีที่ใช้เวทีของสภาฯ ชี้แจงเรื่องในอดีต เมื่อเกือบ 30 ปีของตน ตนไม่ยอมเรื่องอดีต ทำลายอุดมการณ์ที่ตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าตนอยู่ในสถานะใดๆ ให้ปฏิญาณ

ขอทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน และรักษาเสาหลักของบ้านเมือง คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

“หลังจากวันนี้ ฝันร้ายเหล่านี้ต้องหายไป จากวันนี้ หากใครสงสัยประเด็นที่ผมกล่าว ไปถามผมส่วนตัวได้ และต่อไปนี้จะเอาจริงการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าใครพาดพิง ทั้งนี้หากพรรคไหน ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลหากมีเรื่องของประชาชนและประโยชน์ประชาชนจะรับไปช่วยเหลือให้ดีที่สุด” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

????????????

Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here