Sharing

กลายเป็นพาดหัวใหญ่ของสื่อหลายฉบับเมื่อนักวิชาการเจ้าของฉายา “ผู้มาก่อนการณ์” หรือ “ผู้มองเห็นอนาคต” อย่าง รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง ออกปากชม 2 พรรคการเมือง ว่าทำผลงานโดดเด่น “ยืนหนึ่ง”

พรรคที่ได้รับเสียงปรบมือจาก “กูรูรัฐศาสตร์” ท่านนี้คือ “พรรคภูมิใจไทย” ที่อาจารย์มองว่า “ยืนหนึ่ง” ในฝ่ายรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้าน รศ.สุขุม ยกให้ “อนาคตใหม่” มาแรงแซงทุกถนน

ไทยรัฐ รายงานว่า

“เมื่อวันที่ 18 ก.ย.62 รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง และนักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ประเมินการทำหน้าที่ของพรรคการเมืองตลอดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ที่ผ่านมาว่า สำหรับฝ่ายค้าน พรรคที่ทำหน้าที่ได้โดดเด่น คือ พรรคอนาคตใหม่ ถ้าดูจากการอภิปรายของสมาชิกอนาคตใหม่แต่ละคนแล้ว ตนเห็นว่ามีการทำการบ้าน มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เช่น การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ จึงกล่าวได้ว่าทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย ด้วยซ้ำ

ส่วนฝ่ายรัฐบาลนั้น มองว่า พรรคภูมิใจไทย มีความโดดเด่นสุด ซึ่งมาจากนโยบายที่เป็นกระแส มีการเดินหน้าเด่นชัดและไปข้างหน้า จริงอยู่ที่นโยบายบางอย่างยังไม่ลงเอย แต่บอกความคืบหน้าเป็นระยะ เห็นโรดแม็ปชัดเจน”

สำหรับพรรคอนาคตใหม่ มีที่นั่งในสภาทั้งสิ้นกว่า 80 คน ถือเป็นพรรคน้องใหม่ที่โดดเด่นในเรื่องของอุดมการณ์การเมืองที่ชัดเจน นับว่าความสำเร็จจากสนามเลือกตั้งที่ผ่านมา สร้างเซอร์ไรส์ ให้กับสังคมไทยอย่างยิ่ง เพราะ ใช้สื่อโซเชียลเป็นหลัก และขายกระแสการเมือง แม้จะส่งผู้สมัครลงครบทุกพื้นที่ แต่หาใช่ผู้สมัครเบอร์ใหญ่ หนำซ้ำยังออกลูกโนเนมเสียเยอะ การได้ที่นั่งในสภาขนาดนี้ ย่อมไม่ธรรมดา

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ที่นั่งในสภาทะลุกว่า 50 คน จำนวนที่นั่งขนาดนี้ มากกว่าที่หลายคนคิด จุดเด่นคือความสร้างสรรค์ในการหาเสียง เพราะไม่โจมตีใครเลย มุ่งหน้าขายนโยบายเป็นหลัก ผู้สมัครทุกคนตอกย้ำซ้ำทวนในเรื่องนโยบาย อาทิ เรื่องของกัญชา, เรื่องแบ่งปันกำไรพืชผลทางการเกษตร, เรื่องการแก้หนี้ กยศ. ให้เห็นความจริงจัง และจับต้องได้ ในการทำนโยบายให้เป็นจริง

หลังได้ที่นั่งในสภา ทั้ง 2 พรรค แยกย้ายกันไปทำงานกันคนละฝั่ง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการยึดมั่น ในแนวทาง และความสร้างสรรค์

สำหรับพรรคอนาคตใหม่ แม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ค้านด้วยหลักการตามสไตล์นักวิชาการ ซึ่งอุดมอยู่ในพรรคทั้งเป็นเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน กลับไหลไปตามอารมณ์การเมือง ทำงานแบบเก่า เล่นเร้ากับอารมณ์ เรียกเสียงเฮโห่ฮา แต่ยังหาสาระมิได้ เมื่อเทียบกับพรรคอนาคตใหม่แล้ว จึงกลายเป็นเดินตามหลังทั้งที่มีพรรษาการเมืองมากกว่า

พระเอกของพรรคอนาคตใหม่ คือ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล มือกฎหมายสายวิชาการฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันนี้ ขยับขึ้นมาเป็นคู่ปรับของ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีปรมาจารย์ด้านกฎหมายสมัยใหม่ อย่างสมน้ำสมเนื้อ

ขณะที่อีกหนึ่งคนที่ต้องจับตามองคือ “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมักจะมีข้อเสนอเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ที่โดนใจวัยรุ่น มีทักษะในการเรียบเรียงเรื่องราวการอภิปรายอย่างดีเยี่ยม เริ่มต้นจากชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างก่อนเสนอวิธีแก้ไข ที่ดูไม่ไกลเกินจริง

มากันที่พรรคภูมิใจไทย “กระบี่มือหนึ่งฝ่ายรัฐบาล” แม้จะไม่เชี่ยวชำนาญเกมในสภา แต่พื้นที่นอกสภา คือเวทีของพรรคภูมิใจไทยอย่างแท้จริง เพราะทำงานแบบ 24 ชั่วโมงจนปรากฏเป็นข่าวรายวัน แม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ค่อยๆ กระเทาะหัวใจของประชาชน กลับกัน เพื่อนร่วมฝ่ายรัฐบาล หลายพรรคยังคงสาละวนอยู่กับแก้ปัญหาภายในพรรค จนไม่มีเวลาไปสร้างผลงาน ปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยวิ่งแซงหน้าไปไกล ขโมยหัวใจประชาชน ตุนความศรัทธา สำรองไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

พระเอกของพรรคภูมิใจไทย ต้องยกให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค

นายอนุทิน ในฐานะของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นชื่อลือชาเรื่องแข็งขันขยันทำงาน

นโยบายกัญชาเสรี ที่เริ่มต้นด้วยเสียงปรามาส มาวันนี้ เห็นความคืบหน้าไปไกล น้ำมันกัญชาสูตรองค์การเภสัชกรรม มาตรฐานเมดิคัลเกรด ส่งตรงถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ สำหรับรักษาผู้ป่วย นโยบายบัตรทองปิดประตู “ร่วมจ่าย” แถมยังมุ่งมั่นพัฒนาให้ดีกว่าเดิม ล่าสุดเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องการแบนสารพิษ ได้ใจประชาชนสายกรีน และสายคลีน เป็นเพียงบางตัวอย่างของความสำเร็จที่เกิดจากความทุ่มเทของนายอนุทิน

ขณะที่รัฐมนตรีคมนาคม “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องแก้ไขปัญหาการจราจรเป็นอัมพาตที่ถนนพระราม 2 ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าแก้ปมค่าโง่โฮปเวลล์ ค่าโง่ทางด่วน เรียกเงินคืนรัฐ จุดนี้ได้รับตำชื่นชม เพราะแสดงให้เห็นมาตรฐานใหม่ ในการทำคดีแผ่นดิน ซึ่งรัฐต้องสู้เต็มที่ มิใช่ปล่อยให้ภาษีของประชาชนตกอยู่ในมือของเอกชนหมดสิ้น

สิ่งที่ “อนาคตใหม่” และ “ภูมิใจไทย” มีความเหมือนกันคือ ความมุ่งมั่นเดินหน้าในสิ่งที่ตัวเองหาเสียงไว้ และปฏิบัติงานอย่างสร้างสรรค์ แน่นอนว่าทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญของพรรคอนาคตใหม่ และเรื่องกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย ล้วนมีเสียงค่อนแคะจากสังคม ซึ่งเป็นธรรมชาติทางการเมือง แต่ทั้ง 2 พรรคเลือกปิดปาก และเปิดหูรับฟังความเห็นต่าง ขณะที่มือเท้า ขยับทำงานไม่หยุด เมื่อมีโอกาสจึงชี้แจงอย่างเป็นเหตุ เป็นผล

นี่คือตัวอย่างการทำงานของพรรคการเมืองสมัยใหม่ จึงอย่าแปลกใจ หาก รศ.สุขุม นวลสกุล จะเลือก 2 พรรคนี้ เป็น “เบอร์ 1” ของแต่ละข้าง

Ringsideการเมือง


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here