Sharing

จบไปแล้วกับการทดสอบสนามของสุดยอดนักแข่งระดับโลก ที่ สนาม “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” จังหวัดบุรีรัมย์ สวรรค์ของคนรักกีฬา ก่อนแข่งขันจริงในรายการ MotoGP(โมโตจีพี) “Thailand GRAND PRIX  2018” ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561

งานนี้ มาครบ มีรถแข่งจากทีมโรงงานทั้ง 6 ทีม ได้แก่

เรปโซล ฮอนด้า, โมบิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี, ดูคาติ ทีม, ซูซูกิ เอ็คสตาร์ เรดบูล, เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง และ อพริเลีย เรซซิ่ง ทีม รวมถึงทีมอิสระอีกทั้งสิ้น 6 ทีม รวมเป็น 12 ทีม

ดาราของอีเว้นท์หนีไม่พ้น “เดอะ ด็อกเตอร์” วาเลนติโน รอสซี นักบิดจอมเก๋าชาวอิตาลี วัย 39 ปี สังกัดโมวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ มาร์ค มาเควซ แชมป์โลก ชาวสเปน จากเรปโซล ฮอนด้า

ที่ได้ทดสอบสนามกัน 3 วันเต็ม ท่ามกลางความลุ้นระทึกของทีมผู้จัด ว่าเสียงตอบรับจากเหล่านักบิดจะเป็นอย่างไร

หลังจบการทดสอบ “เดอะ ด็อกเตอร์” กล่าวถึงสนามช้าง  ว่า “สนามมีสภาพดี มีการยึดเกาะยอดเยี่ยม ผมรู้สึกปลอดภัย และสนุกไปกับมัน”

เป็นคำตอบที่สร้างความสบายใจให้กับที่ผู้จัด เพราะถือเป็นคำการันตีของยอดนักบิดที่เก่งที่สุดแห่งยุค

ความสำเร็จด้านวิศวกรรมสนามแข่ง ยกเครดิตให้ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งกลุ่ม “ชิโนไทย” พาทีมงาน สร้างสถิติโลก บันดาลความฝันของชาวบุรีรัมย์ให้เป็นจริง สร้างสนามมอเตอร์สปอร์ต  มาตรฐานเวิลด์คลาส ด้วยระยะเวลาสั้นที่สุดในโลกคือ 422 วัน และได้รับการยืนยันจาก FIA เรื่องความปลอดภัย ให้เป็นสนามแข่งขัน MotoGP

ณ วันทดสอบ นายอนุทินระบุว่า “พื้นถนน ส่วนประกอบของสนามได้รับการออกแบบ และก่อสร้าง อย่างดีเยี่ยม สนามแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน”

ที่แน่นอนว่าเป็นความภูมิใจของ “เสี่ยหนู” และ “กลุ่มชิโน-ไทย” ไปด้วย เพราะงานระดับช้าง ที่ต้องเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว และมีการตรวจสอบจากนานาชาติ ถ้าไม่ “เจ๋ง” จริง ทำไม่สำเร็จแน่นอน

อีกคนที่ยิ้มไม่หุบคือ “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่กล่าวว่า

“กีฬามีหลายประเภท แต่มอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬาประเภทเดียวที่สร้างงานสร้างรายได้ให้ประเทศมากที่สุด เพราะหลังจากกีฬา จะมีอุตสาหกรรมยานยนต์ แน่นอนว่าจะนำมาสู่รายได้ของประเทศไทย ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับมอเตอร์สปอร์ต”

กลับมาที่การแข่งขัน ผลการทดสอบรวมทั้ง 3 วัน ปรากฏว่า แดนี เปโดรซ่า ยอดนักบิดร่างเล็กชาวสเปนจาก เรปโซล ฮอนด้า กดเวลาช่วง 5 นาทีสุดท้ายทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 1 อันดับ 2 เป็นของ โยฮัน ซาร์โก นักบิดชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า เทคทรี ขณะที่ มาร์ค มาร์เกวซ แชมป์โลกชาวสเปนจาก เรปโซล ฮอนด้า รั้งอันดับ 3

ด้านวาเลนติโน รอสซี่ สุดยอดนักแข่งที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ยังมีปัญหากับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถแข่ง ยามาฮ่า M1 กดเวลามาเป็นอันดับ 12

ตลอดการแข่งขัน ไม่มีอุบัติเหตุอันเกิดจากสภาพสนาม เหล่านักบิดล้วนยกนิ้วให้ ว่าสนามมีความพร้อมระดับสากล

สำหรับค่าจัดการแข่งขัน แตะหลัก 300 ล้านบาท ก่อนหน้า มีความเป็นห่วงว่าอาจ “ขาดทุน” แต่ล่าสุดปรากฏว่า บัตรแกรนด์สแตนด์ 4,000 บาท ขายหมดเกลี้ยง ขณะที่ยอดจองห้องพักในช่วงเดือนตุลาคม ที่ตรงกับการแข่งขัน “Thailand GRAND PRIX  2018” เต็มเกือบทุกโรงแรม

วิเคราะห์กันว่า การแข่งขันทำให้เกิดรายได้ทางตรงและทางทางอ้อม แบ่งเป็นรายได้จากการจัดงาน 2,711 ล้านบาท เมื่อหักลบกับงบจัดการแข่งขันจะทำให้มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 2,337 ล้านบาท จากผู้หลงใหลความเร็วทั่วโลก ที่จะมาใช้จ่ายที่ จ. บุรีรัมย์

ไม่นับรวมภาพลักษณ์ด้านกีฬาของประเทศไทย ภาคอีสาน และจังหวัดบุรีรัมย์ จะถูกต่อยอด สู่การเป็นเมืองกีฬา “ระดับโลก”

แม้จะเหลืออีก 8 เดือน กว่า MotoGP2018 “Thailand GRAND PRIX  2018 ” จะได้ฤกษ์เปิดการแข่งขัน แต่ชัดเจนว่าชาวบุรีรัมย์ พร้อมแล้ว กับการระเบิดความมันส์ระดับโลก !!!

newsringside


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here