Sharing

“ฟ้าของพ่อ” ต้องกระเด็นจากเอ้า ส.ส.ไปอย่างเหลือเชื่อด้วยเรื่องการโอนหุ้นสื่อ จนส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้แทนราษฎร

สำหรับนายธนาธร กว่าจะมาถึงวันชี้ชะตา เจ้าตัวมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าน่าจะรอด เพราะ “วีลัค” มิได้ผลิตสื่อเชิงข่าวการเมือง ที่ให้คุณให้โทษทางการเมืองได้ แต่เป็นเพียงนิตยสาร WHO ,หนังสือบนสายการบิน และหนังสือของธนาคารแห่งหนึ่งเท่านั้น

ส่วนบริษัทดังกล่าวก็ปิดกิจการไปตั้งแต่เดือนธันวาคม เพราะจ้างพนักงานออกตั้งแต่ 25 ธ.ค.ขณะที่ผู้ถือหุ้นเองมีมติปิดกิจการไปแล้ว จากนั้นก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลย

ส่วนเรื่องเอกสารทั้งหมด เป็นเรื่องของฝ่ายเลขาฯเข้าไปดูแล

อ่านใจ “นายธนาธร” คงจะนึกว่าเมื่อเลิกจ้างพนักงาน หยุดรันแท่นพิมพ์ น่าจะจบกัน

แต่ในทางกฎหมาย ยังมีประเด็นของเอกสารที่ตกหล่น และกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขั้นสอย “นายธนาธร” ลงมาจากเก้าอี้ ส.ส.

เพราะดันมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ไปถึงวันที่ 6 กุมภาพันธุ์ ที่เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เท่ากับนายธนาธรผิดคุณสมบัติ จะด้วยความเลินเล่อ หรืออย่างไร ก็กลายเป็นช่องให้ถูกวินัจฉัยว่าผิด

อย่างไรก็ตามสำหรับ “พรรคอนาคตใหม่” แล้ว ย่อมเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก

เพราะในความเป็นจริงยังมี ส.ส.ในสภาบางคนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับสื่อชัดเจน และสื่อนั้น ก็หาใช่เล็กๆ แต่เป็นสื่อใหญ่ระดับประเทศ อาทิ นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.พลังประชารัฐ

แม้ “เธอ” จะไม่ได้ถือหุ้น แต่ได้ส่ง “คนใกล้ชิดมากๆ” เข้าไปบริหารเครือ “เนชั่น”

เช่นนี้แล้ว จะ “จัดการ” อย่างไร

ตรงนี้เป็นคำถามที่แหลมคม ซึ่งพรรค “อนาคตใหม่” น่าจะใช้เป็นอาวุธหนักย้อนถามไปที่สภา

ทั้งในฐานะของคนที่ต้องตอบ และผู้ที่ถูกพาดพิง

หากเจอคำถามนี้เข้าไปรับรองว่า “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”

ทุกครั้งที่ถาม “บางคน” ก็ต้องมีสะดุ้งโหยงกันบ้าง

นี่คือสิ่งที่อาจจะปรากฎขึ้น หลังจากนาย “ธนาธร” ต้องมลายสูญจากความเป็น ส.ส.เพราะเรื่อง “หุ้นสื่อ”

Ringsideการเมือง


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here