Sharing

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวในสองประเด็นสำคัญ โดย นายณัฐชา กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอยกเลิกการเกณฑ์ทหารของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการอ้างอิงถึงซูเปอร์โพล ที่มีผลสำรวจออกมาว่าประชาชน 61.4% ยังเห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่กลับเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นว่ามีคนเห็นด้วยถึง 40% กับการยกเลิกเกณฑ์ทหาร เพราะในขณะนี้ยังเป็นเพียงโค้งแรกของเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งจริงๆพรรคเคยคิดไว้ว่าในช่วงแรกอาจจะมีเสียงสนับสนุนเพียง 20% ด้วยซ้ำ

นายณัฐชากล่าวต่อว่า ในขณะนี้การณรงค์เรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหารของพรรคอนาคตใหม่ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้คนได้มาพูดคุยกัน ให้มีการศึกษาเรื่องนี้กันเพิ่มขึ้น ซึ่งทางพรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ไม่ใช่เพียงเรื่องของการยกเลิกเกณฑ์ทหารเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดในการเพิ่มสวัสดิการที่ดีขึ้นให้กับทหารและครอบครัว พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพกองทัพ ที่ทำให้มั่นใจว่าจะมีคนสมัครเข้ามาเป็นทหารอาชีพมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องมีความกังวล ว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้กำลังพลมีไม่ไม่พออย่างที่มีการพูดกัน

“ยืนยันอีกครั้งว่านโยบายนี้จะยังคงทำให้กำลังพลมีจำนวนเพียงพอ ที่จะใช้กับการฝึกและการขับเคลื่อนต่างๆ รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกมากมาย ในสุดสัปดาห์นี้ก็จะมีการรณรงค์ต่อเนื่องต่อไป เราต้องการให้ทุกคนได้เข้าใจก้าวแรกของการปฏิรูปกองทัพ พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพและทันสมัยให้มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับกองทัพเอง ขอให้ทุกท่านที่ให้ความสนใจเรื่องนี้ เข้ามาดูรายละเอียดเชิงลึกและพูดคุยกับเราได้เสมอ” นายณัฐชากล่าว

ด้าน นายนิติพัฒน์ ได้แถลงในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเงินกู้ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืม ซึ่งวันที่ 2 ธันวาคม เป็นวันครบครบกรอบระยะเวลาในการส่งเอกสารคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ให้กับ กกต. ทำให้ตนต้องขอชี้แจงเกี่ยวกับกำหนดการส่งเอกสารที่ทาง กกต.แจ้งทางพรรคในบางรายการ โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ กกต.ขอให้มีการนำส่งเอกสารต่างๆมา ทางพรรคก็ให้ความร่วมมือกับ กกต.มาโดยตลอด มีการส่งจดหมายเชิญเรียกเข้าไปชี้แจงให้ข้อมูล เราก็ให้ความร่วมมือ จนล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา กกต.ขอในสิ่งที่อาจจะพ้นพิสัยของเรา คือขอให้ส่งสำเนาบัญชีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีของพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 30 ก.ย.2562 ซึ่งประกอบด้วยบัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับและแสดงค่าใช้จ่ายหรือรายจ่าย, บัญชีแสดงรับการบริจาค, บัญชีแยกประเภท, บัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน

นายนิติพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในมุมของผู้ทำงานอาจจะดูเหมือนง่าย แต่สำหรับพรรคการเมืองที่มี 6 สาขาและ 70 ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด ซึ่งในแต่ละเดือนมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่เนื่องจากจำนวนเอกสารที่มากประมาณ 10 กว่าแฟ้มต่อเดือน ทำให้เอกสารที่ กกต.ต้องการให้พรรคนำส่งมีจำนวนกว่าร้อยแฟ้ม ทุกหน้าต้องลงนามเพื่อนำส่ง กกต.เพียงแค่ทำสำเนาเพื่อส่งให้ กกต.ทั้งหมดให้ทันกรอบระยะเวลาที่กำหนดมาให้ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นบริษัททั่วไป สมมุติว่าสรรพากรมีการเรียกตรวจเอกสารก็จะขอแต่เอกสารบางส่วนหรือเอกสารที่ทางสรรพากรอยากจะดู เป็นแบบๆหรือเป็นประเภทไป แต่ที่ทาง กกต.ขอเรามาทุกค่าใช้จ่าย ทุกรายจ่ายรายรับ ซึ่งด้วยระยะเวลาที่มี เราทำให้ไม่ได้จริงๆเพราะเราไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำให้ เราอยากจะทำให้ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถทำตามกรอบเวลาที่ กกต.กำหนด

“เหตุผลนี้เราแจ้งให้ทาง กกต.ไปแล้ว แต่ กกต.ก็ยังมีจดหมายกลับมาว่าให้ส่งเอกสารเหล่านี้มาให้ภายในวันที่ 2 ธ.ค. ดังนั้น ทางพรรคจะส่งเอกสารเหล่านี้ให้ กกต.แน่นอน แต่เราต้องขอเวลาอีกประมาณ 120 วัน เพราะทางพรรคอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนบัญชีปลายปี ผู้ตรวจสอบบัญชีจะเข้ามาตรวจสอบบัญชี เราจึงขอรอเพื่อทำให้เอกสารเหล่านี้มีความถูกต้องก่อนส่ง กกต.ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า” นายนิติพัฒน์


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here