“นักรัฐศาสตร์” ฟันธงพรรคเฉพาะกิจไม่ง่าย ชี้ชนชั้นกลางกำหนดทิศทางประเทศหลังเลือกตั้ง

Sharing

นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเลือกตั้งในปี 2562 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมมาก เพราะมีการตรวจสอบมากขึ้น รวมทั้งระบบการคิดคะแนนใหม่ที่ใช้เป็นบัตรใบเดียว มีการคำนวณใหม่ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการได้มาซึ่งส.ส.ใหม่ ไม่มีพรรคการเมืองไหนได้เปรียบจากการเลือกตั้งสูตรนี้

นอกจากนี้จะมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นจำนวนมาก และมีการจัดตั้งพรรคสาขาของพรรคใหญ่ ที่ใช้ยุทธศาสตร์ แยกกันเดิน รวมกันตี เพื่อเป้าหมายในการได้จำนวนส.ส.เพิ่มขึ้น  รวมทั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็มีการประกาศออกมาชัดเจนว่าอยากให้คนไหนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน

นายยุทธพร กล่าวต่อว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่าพรรคที่เกิดขึ้นมาใหม่ไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากนัก เพราะประชาชนมีพัฒนาการทางการเมืองมากขึ้น และให้ความสนใจกับการเมืองมากขึ้น นักการเมืองที่ย้ายพรรคออกไปก็อาจจะสอบตกได้ เพราะในการเลือกตั้งประชาชนจะให้ความสำคัญกับนโยบายพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล

นายยุทธพร กล่าวด้วยว่า กรณีการตั้งพรรคการเมืองมวลมหาประชาชนของกลุ่มกปปส.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส.เป็นหัวเรือใหญ่   พรรคเสรีรวมไทยของพลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และ พรรคประชาชนเพื่อการปฏิรูประเทศของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสปช.ไม่น่าจะสร้างปรากฏการณ์อะไรใหม่ เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าพรรคการเมืองของกลุ่มกปปส. ฐานเสียงส่วนใหญ่มากจากฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์และคนภาคใต้ เอาเข้าจริงเชื่อว่าไม่น่าจะได้จำนวนส.ส.มากเท่าไหร่ เพราะเป็นฐานเสียงเดียวกันกับประชาธิปัตย์ ตนมีความเชื่อมั่นว่าทั้ง 3 พรรคนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเมืองไทยเท่านั้น แต่ไม่โดดเด่นอะไรมากนัก

 ในขณะเดียวกันพรรคเสรีรวมไทย หรือ  พรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ ก็ไม่น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก มองว่าเป็นพรรคเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เป็นเพียงพรรคขนาดกลางเท่านั้นส.ส.ส่วนใหญ่จะเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ  แต่ที่น่าสนใจคือ หลังผลการเลือกตั้ง ทั้ง 3 พรรคจะไปจับมือกับใครมากกว่า ถึงตรงนั้นน่าจะกำหนดทิศทางของรัฐบาลในอนาคตได้ อีกทั้งจุดเปลี่ยนคือคนชนชั้นกลาง ว่าจะเทคะแนนเสียงไปให้พรรคการเมืองไหนมากกว่า  เพราะเชื่อว่ากลุ่มชนชั้นกลางจะเป็นคนกำหนดทิศทางประเทศภายหลังการเลือกตั้งในปี 2562 ว่าจะให้พรรคไหนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

(คลิปด้านบน)


Sharing
spot_img

Latest articles

Related articles

spot_img