Sharing

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินการตามแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ผ่านมา โดยที่พบว่า สถิติลดลง แต่ถามว่าพอใจหรือไม่ก็ยังไม่พอใจ เราได้ดูว่า ภาพรวมอุบัติเหตุทางถนนมีการเกิดอุบัติเหตุ 3,421 ครั้ง ลดลง 30 ครั้ง คิดเป็น -9.76 % การเสียชีวิต 373 ราย ลดลง 90 ราย หรือ -19.44 % การบาดเจ็บ 3,499 คน ลดลง 393 คน หรือคิดเป็น -10.10 % โดยเมื่อลงไปดูในรายละเอียดจะพบว่าสถิติพบว่า รถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 79.97 หรือ +0.33% รถปิ๊คอัพ 4 ล้อ ร้อยละ 6.81 หรือ -0.41 % และ รถจักรยานยนต์ โดยสารสาธารณะ ร้อยละ 4.53 หรือ -0.25 %

ส่วนสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุ พบว่า อันดับ 1 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 32.68 หรือ -7.7% อันดับ 2 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29 หรือ +0.70 % อันดับ 3 คนหรือรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 17.48 หรือ +2.63 % พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อันดับแรก คือ การไม่สวมใส่หมวกนิรภัย หมวกกันน็อค เป็นสถิติใหญ่มากคือ ร้อยละ 56.12 หรือ -3.08 % อันดับ 2 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 22.49 หรือ -4.58 % และอันดับ 3 คือการขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.26 หรือ -1.66 %

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เราพบว่า คน เป็นปัญหาหลัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องบูรณาการในการหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกวันนี้ปรึกษาหารือ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ละหน่วยจะต้องรับไปเพื่อวิเคราะห์ เหตุที่เกิดขึ้นจริงๆ คืออะไร อย่างจังหวัดเป้าหมาย เช่นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เราต้องลงไปว่าที่ไหน เพราะอะไร ถ้าอะไรเป็นปัญหาทางกายภาพ การก่อสร้างที่เป็นต้นเหตุก็แก้ที่กายภาพ อะไรที่เป็นปัญหาของคนก็ต้องไปให้ความรู้ ซึ่งต้องบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย พี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องทำงานหนักในเรื่องนี้ ต้องโฟกัส ในหมู่บ้านคนที่เสียชีวิตมาจากที่ไหน และเกิดสาเหตุจากอะไร และต้องเข้มข้น เราเห็นสถิติน่าสนใจว่าสายทางของกรมทางหลวง เราเข้มข้นมาก สถิติก็ลดลงอย่างเป็นนัยยะสำคัญอย่างยิ่ง แต่บางจุดที่เกิดอุบัติเหตุมาก เช่น 43 สายทาง 53 จุด สูงสุดทางหลวงหมายเลข 53 แสมดำ-สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตก-นาโคก จ.สมุทรสาคร จำนวน 8 ครั้ง ซึ่งเราต้องลงไปดูให้ละเอียด

รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้ให้การบ้านทุกหน่วยงานไปบูรณาการ หามาตรการ ต่างๆ ในการลดสถิติลง โดยจะมีการนัดประชุมในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีการประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง และการเตรียมการทั้งหมดจะได้นำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งทางปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ สนข. บูรณาการร่วมกับ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกองทัพอากาศ ที่จะนำโดรนมาใช้ในการบริหารจัดการ อำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัย ในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน ได้มอบนโยบายทำเป็น โอเปอเรชั่นรูม อยู่ที่กรมทางหลวง ขึ้นมา แต่ละห้องจะรับผิดชอบถนนสายหลักแต่ละเส้น

“เช่น ถนนมิตรภาพ มีโอเปอเรชั่นรูม 1 ห้อง ถนนเพชรเกษม 1 ห้อง ถนนพหลโยธิน 1 ห้อง ถนนสุขุมวิท 1 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะเห็นภาพรวมทั้งหมดของการจราจร หากเห็นมีอุบัติเหตุ ปัญหาคอขวด อยู่ตรงไหน และทำก่อนที่จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ จึงจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ทำให้เราได้เห็นสภาพทั้งหมด จะได้ข้อมูลที่แม่น ตรง ผู้บริหารกระทรวง ทั้งตนเอง รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ จะได้ช่วยกันกำกับดูแลและช่วยดู พี่น้องประชาชนจะเข้ามาดูได้ด้วย ว่าทั้งเส้นมันเป็นอย่างไร ควรจะวางแผนการเดินทางอย่างไร หรือ ไม่ควรออกไป ถ้าออกไปจะไปเจออะไร ทำให้เป็นการอำนวยความสะดวก และป้องกันปัญหาอุปสรรคอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะให้กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ไปบูรณาการ กับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดจะต้องทำแบบนี้เหมือนกันในจุดเสี่ยง และมองให้เห็นได้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าทำแบบนี้จะลดสถิติลงได้ และได้มอบนโยบายให้กรมการขนส่งไปดูเรื่องของมาตรการในการออกหลักสูตรสอบใบขับขี่ในรถทุกประเภท ปรับปรุงใหม่ให้เป็นมาตรฐานสากล โดยนำตัวแบบจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในเรื่องของสถิติอุบัติเหตุที่น้อย อาจจะเป็นเยอรมันนี สวิสเซอแลนด์ นำมาใช้แล้วบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นคนบังคับใช้ พ.ร.บ.จราจร ในการวางมาตรการ ตัดคะแนนใบขับขี่ โดยจะมีมาตรการบังคับใช้ แล้วเพิกถอนไปเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางอธิบดีกรมขนส่งทางบก จะรับไปดำเนินการ และเพิ่มเติมในเรื่องการตัดคะแนนรถด้วย ไม่ใช่เฉพาะใบขับขี่อย่างเดียว เพราะรถปัจจุบันใช้วิธีการตรวจ มันใช้เวลานานกว่าจะมาตรวจกว่าจะมาเห็น ดังนั้น ใช้วิธีการตัดคะแนนเป็นการช่วยป้องกันอุบัติเหตุ ป้องกันที่จะเกิดเรื่องมลภาวะ PM 2.5

นอกจากนี้ ทางกระทรวงคมนาคม โดยปลัดกระทรวงคมนาคม จะมีการใช้โซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารกับประชาชน โดยวันที่ 23 มกราคมนี้ จะมีการเปิดการใช้อย่างเป็นทางการโดยจะทำการประชาสัมพันธ์ อย่างเป็นทางการ โดยที่ประชาชนสามารถเข้ามารับรู้ ไม่เฉพาะเรื่องอุบัติเหตุ หรือมาตรการป้องกัน ที่จะเกิดขึ้นทุกเรื่อง และจะมีบุคลากรแต่ละหน่วยงานเป็นผู้เข้ามาอธิบายข้อสงสัยจากประชาชนที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่าเป็นช่องทางทำความเข้าใจระหว่างกระทรวงคมนาคมกับพี่น้องประชาชน และเป็นโอกาสทำให้ประชาชนได้ทราบว่ากระทรวงคมนาคมทำอะไรให้พี่น้องประชาชน ทั้งหมดทำภายใต้สิ่งที่นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายไว้

“ลำพังพี่น้องข้าราชการกระทรวงคมนาคม ทำก็ได้ประสิทธิภาพที่ดีมากๆ แต่ต้องเพิ่มกำลังในการทำอีก แต่การสำเร็จจะอยู่ที่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน สถิติจะลดงได้เป็น 0 เลย หากพี่น้องประชาชนเห็นว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องอะไร และ อย่าไปทำให้มันเกิดขึ้นอีก สิ่งเหล่านี้ต้องช่วยกันทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีบอกว่าทุกคนคือพี่น้องกัน นี่คือครอบครัวประเทศไทย เราก็ต้องช่วยกันดู ใครเป็นเพื่อน เป็นญาติพี่น้อง เห็นว่าจะหมิ่นเหม่ให้เกิดอุบัติเหตุต้องช่วยกันเตือน ไม่ใช่ไปส่งเสริม เชื่อว่าหากช่วยกันก็ลดได้หมด สาเหตุคือเรื่องคน หากพวกเราช่วยกันเชื่อว่าจะสำเร็จ

ส่วนที่ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุได้นั้น นายศักดิ์สยาม บอกว่า เรื่องหลักคือเรื่องทางกายภาพ ถนน หนทาง ต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงกับการเกิดปัญหา เราก็ไปแก้ไข ส่วนที่สำคัญจริงๆ คือ การรณรงค์ให้ความรู้ นายกรัฐมนตรี ลงมานำในเรื่องนี้เลย ไป หมอชิต และพูดให้ระมัดระวัง กระทรวงคมนาคม ทำเต็มที่ กระทรวงมหาดไทย ทำเต็มที่ ทุกหน่วยงานมาร่วมกันหมด เกิดการรับรู้ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเพิ่มช่องทางในการสื่อสารให้ประชาชน ทำให้เป็นปกติประจำ สิ่งเหล่านี้ลดได้ และการที่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ใช้การเตือน ทำป้าย ทำแผ่นชะลอ จุดเสี่ยงต่าง ๆ อันนี้ก็ช่วยลดปัญหาได้ ถ้าประชาชนช่วยกันสำเร็จทุกเรื่อง และในช่วงสงกรานต์ 2563 ที่จะถึงนี้ได้วางเป้าไว้ว่าจะลดลงกว่านี้อีก และเชื่อว่าเราทำได้


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here