Sharing

ไม่มีใครปฏิเสธว่าการแพทย์สมัยใหม่มีประสิทธิภาพเพียงใดในการรักษาโรค แต่กระนั้น ก็เป็นความจริงอีกที่ว่ายาสมัยใหม่หลายตัวมี Side Effect ที่มาพร้อมกับการรักษาโรค ขณะเดียวกันยังมีอาการเจ็บป่วยนับไม่ถ้วน ที่ไม่สามารถรักษาได้โดยการแพทย์สมัยใหม่ เช่นนี้เอง ผู้ป่วยจำนวนมากจึงต้องการหาทางเลือกอื่น เพื่อรักษาความเจ็บป่วย

กระแสโลกเริ่มคิดไตร่ตรองถึงการใช้ “ธรรมชาติ” รักษา ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา “ยาสมุนไพร” กลายเป็นทางเลือกในการบรรเทาความเจ็บป่วย ที่ประชาชนกลับมาให้ความนิยมอย่างสูง

โดยมี “กัญชา” เป็นหนึ่งในพืชที่คนทั่วโลกพูดถึงมากที่สุด

ทั้งนี้ จากผลวิจัยจำนวนมหาศาล “กัญชา” มีสรรพคุณในการรักษาหลายโรคได้จริง ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าว ต้องยอมรับว่าประชาชนจำนวนมาก ใช้กัญชาเพื่อดูแลสุขภาพ แม้ว่าพืชดังกล่าวจะอยู่ในสถานะของยาเสพติด

มี “หมอพื้นบ้าน” หลายร้อยชีวิต ที่ใช้กัญชารักษาผู้ป่วย

เกิดคำถามว่า ทำไม “คุณค่า” ของกัญชาต้องถูกลดทอน ทั้งที่กัญชาน่าจะเป็นความหวังให้กับผู้ป่วยนับล้านคน เป็นเหตุผลให้ภาครัฐ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำกัญชามาใช้ประโยชน์ “ทางการแพทย์”

กระทั่งเกิดคลินิกกัญชาแผนไทยที่พิพิธภัณฑ์สาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี ซึ่งเป็นคลินิกกัญชาแผนไทยอย่างครบวงจรที่สุด

ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ คลินิกแห่งนี้ต้องรับรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกลุ่มที่รู้สึก “พอแล้ว” กับการแพทย์สมัยใหม่ และต้องการใช้ธรรมชาติบำบัด

อาการของผู้ป่วยมีตั้งแต่อาการนอนไม่หลับ ไปจนถึงโรคร้ายแรง อาทิ มะเร็ง

นายธีรชัย ก้าวสมบัติ วัย 43 ปี ผู้ป่วยจากจังหวัดพิจิตร  กล่าวว่า เป็นคนมีความเครียดสูง ด้วยงานซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องดูแลครอบครัวหลายชีวิต แต่เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ดี ส่งผลให้นอนไม่หลับ และทราบว่าตนเป็นไมเกรน ซึ่งอาการเหล่านี้ยิ่งบั่นทอนความสามารถในการทำงาน

ที่ผ่านมา รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน มีวิตามินบำรุง และยาแก้ปวดประเภทต่างๆ แรกๆ ก็พอทุเลาลงบ้าง นอนหลับ ไม่ปวดหัว แต่ระยะหลังต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพื่อยับยั้งอาการปวด เริ่มรู้สึกกลัวผลกระทบต่อสุขภาพ พอดีได้อ่านข้อมูล พบว่ากัญชาทำให้นอนหลับคลายกังวล จึงต้องการรักษาด้วยวิธีนี้ เริ่มแรกไปคลินิกหลายที่ แต่ไม่มีใครจ่ายยาที่มีส่วนผสมของกัญชาเลย กระทั่งรู้ข่าวว่าจะมีการเปิดคลินิกที่นี่ จึงรีบลงทะเบียน กระทั่งได้คิวตรวจ ตอนนี้ได้น้ำมันกัญชากลับไปบ้าน พร้อมวิธีใช้ ส่วนตัวพอใจกับการให้บริการมาก เพราะสะดวกรวดเร็ว มีความมั่นใจว่ากัญชาจะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้

นางสาวจุลณีย์ วันพุทชา ผู้ป่วยจากจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ทำงานด้านสื่อสารมวลชนต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา มีอาการตึงเครียดของสมอง จนทำให้นอนหลับยากมากๆ บางคืนนอนได้แค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะนอนดึกมาก หรือหากนอนแต่หัวค่ำจะนอนหลับไม่สนิท

ผลที่ตามมาคือมีอาการง่วงตลอดทั้งวัน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต มีคนรู้จักเสนอให้ใช้ยาแผนปัจจุบันรักษา แต่ส่วนตัวกลัวจะมีผลกระทบต่อตับ ไต ต้องการใช้ธรรมชาติบำบัดมากกว่า จึงหาข้อมูล และทราบว่ากัญชาช่วยบรรเทาอาการได้ จึงเดินทางมารับการรักษา เชื่อว่าคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นคนรักสุขภาพ ต้องการใช้กัญชาในการรักษาโรคต่างๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ต่างจากยาสมัยใหม่ ที่มีแต่สารสังเคราะห์ ที่ไม่รู้ว่าส่งผลอะไรกับร่างกายในระยะยาวบ้าง ทั้งนี้ กัญชาถือเป็นทางเลือกด้านสุขภาพที่น่าสนับสนุน ขอชื่นชมภาครัฐที่กล้าทำนโยบายนี้ เพราะจะมีประโยชน์กับคนหมู่มาก

นายกิตติ นิธากรณ์ วัย 68 ปี ผู้ป่วยจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เป็นโรคผู้สูงอายุ ปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่หลับ และเป็นเบาหวานด้วย ใช้ยาแผนปัจจุบันมา 20-30 ปีแล้ว อาการไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก จะใช้ต่อก็มีแต่จะเพิ่มปริมาณยา เกิดความกังวลเรื่องสุขภาพ เพราะเราอายุมาก ตับ ไต ทำงานหนัก ย่อมไม่ดี กระทั่งรับทราบว่ามีคลินิกกัญชาเปิดที่กระทรวงสาธารณสุข คิดว่ามาเปิดที่กระทรวง แสดงว่าของต้องดีจริง จึงรีบเดินทางมารักษา ได้รับบริการที่ดีมาก มีหมอทุกแขนงมาช่วยเหลือ รอคิวไม่นาน ส่วนตัวเชื่อว่ามีคนไทยอีกมากที่ต้องการทางเลือกใหม่ ในการรักษาสุขภาพ อยากให้กระทรวงสาธารณสุขเปิดคลินิกแบบนี้ทุกที่

คนไข้ ที่เดินทางมารับการรักษาด้วยกัญชา

หลายคนต้องเดินทางไกลนับ 100 กิโลเมตร เพื่อพบหมอเพียงไม่กี่นาที และได้สารสกัดจากกัญชาจำนวนน้อยนิดกลับบ้านไป

แรงผลักที่ต้องเดินทางมาที่นี่ มีเพียงสิ่งเดียว

เรียกว่า “ความหวัง”

คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. หยุดให้บริการเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ ติดต่อ 02-590-2606 และ 02-591-1964

Ringsideการเมือง


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here