Sharing

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “ตอกย้ำ คนไม่เท่ากัน สังคมเหลื่อมล้ำ ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน”
ความจริงแล้วรัฐมีความสามารถดูแลและเยียวยาประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่การแจกเงินแต่รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดระยะเวลาที่เกิดไวรัสโควิด-19ระบาด ประชาชนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดตั้งแต่หาซื้อหน้ากากอนามัยในราคาที่สูงด้วยตัวเอง แบกรับภาระทุกอย่างทั้งที่รัฐบาลควรมีมาตราการช่วยเหลือ

จนกระทั่งมีการเปิดให้ลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อให้ประชาชนรับเงินเยียวยา แค่ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาก็เหลื่อมล้ำมากๆแล้ว ใครไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่มีอินเตอร์เน็ตก็เข้าไม่ถึงมาตราการดังกล่าว หรือบ้างคนถึงขั้นต้องลงทุนในความเสี่ยงกับมาตราการรัฐ คือจ้างข้างบ้านที่พอลงทะเบียนเป็นลงให้ 100฿-500฿ เพื่อหวังจะได้รับการช่วยเหลือ ต้องหาทางพยายามเนื่องจาก ภาครัฐคิดการช่วยเหลือแบบสะดวกรัฐ ประชาลำบาก

จนกระทั่งวันนี้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ประเมินว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ไม่เกิน 8 ล้านคน จากจำนวนผู้มาลงทะเบียนทั้งหมดล่าสุดที่ 24.5 ล้านคน ทำให้คนที่มาลงทะเบียนทั้งหมด จะมีคนไม่ได้รับเงินมากกว่าคนที่ได้รับเงิน โดยวันที่ 8-10 เม.ย. ระบบจะเริ่มส่งเอสเอ็มเอสให้ผู้ที่ได้รับเงินประมาณ 1.6 ล้านคน ซึ่งเอสเอ็มเอสจะได้รับพร้อมกับเงิน 5,000 บาท แรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาชีพรับจ้าง กับค้าขาย และ 4 อาชีพหลักคือ แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ ผู้ค้าสลากฯ และมัคคุเทศก์ และเปิดเผยว่าอาจมีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบแรก คาดว่าจะมีมากกว่าครึ่ง”

ผมในฐานะตัวแทนของประชาชนอยากถามกลับไปยังผู้เกี่ยวข้องดังๆว่า ท่านใช้มาตรฐานใดในการตัดสินปัญหาภาระของประชาชน ทั้งที่สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่รัฐบาล #ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน ไงครับ
วันนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ต้องได้รับผมกระทบไปทั้งหมด แล้ววันนี้ท่าคิดอย่างไร ช่วยกันส่งเสียงประชาชน
#ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here