อ่านนัยยะแฝง กลุ่มอิทธิพลสื่อโยงการเมือง ล็อกเป้า “อนุทิน ซิโน-ไทยฯ” ?

Sharing

เป็นประเด็นร้อนฉ่าในหน้าสื่ออีกครั้งสำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่น่าสงสัยว่าสื่อรุ่นเก๋าบางเจ้า ทำการเชื่อมโยง สร้างประเด็นทางการเมือง พาดพิงให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซิโน-ไทยฯ เกี่ยวพันกับความไม่โปร่งใสในการสร้างสภาใหม่ ด้วยการตั้งข้อสังเกตนานัปการ

ที่ทางฝ่าย ซิโน-ไทยฯ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล สู้ยิบตา

ประกาศชัด ใครทำให้เสื่อมเสีย ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาวงการสื่อทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ประสบภาวะขาดทุนกันถ้วนหน้าบางสื่อก็ม้วนเสื่อกลับบ้าน ดังนั้นเป็นโอกาสของนายทุนใหม่ที่จะเข้ามาฮุบกิจการหรือซื้อสื่อมาอยู่ในเครือข่าย

อาทิ กลุ่มบริษัท นิวส์เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของสปริงนิวส์ทีวีเทงบไปซื้อนสพ.ฐานเศรษฐกิจ มูลค่ากว่า 136 ล้านบาทมาเป็นของตัวเอง

ปัจจุบัน บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “NEWS” เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อทีวีจำนวน 4 แห่ง คือ  บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มีช่องดิจิตอล 2 ช่อง  คือ ช่อง ONE และช่อง GMM นำเสนอเนื้อหาบันเทิงเป็นหลัก , เนชั่นทีวี มีทีวีดิจิตอลนำเสนอรายการข่าว, ทีนิวส์ ช่องรายการข่าวทีวีดาวเทียม เน้นนำเนื้อหาข่าวการเมืองแบบฮาร์ดคอร์ มีบทบาทสำคัญในการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา และช่องสปริงนิวส์ ที่มุ่งเน้นการนำเสนอรายการข่าวเป็นหลักเช่นกัน

ถือว่าเป็นกลุ่มสือที่มีอิทธิพลกลุ่มหนึ่ง

ต่อมา ปรากฏว่า สื่อในเครือนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ ภายใต้การบริหารงานก่อสร้างของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)

ประเด็นข่าวเป็นเรื่องของการล็อกเป้าโจมตี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ บริษัทซิโน-ไทยฯ ว่ามีส่วนในความไม่โปร่งใสของการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่

ที่การพาดหัวดุดัน และเหมารวมทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของ ซิโน-ไทยฯ ไปเสียหมด

ทั้งที่ลานจอดรถ และระบบไอซีที อยู่ในการดูแลของเอกชนรายอื่น

ทั้งนี้ ประเด็นที่สื่อในเครือ นิวส์เน็ตเวิร์ค  หยิบมาขยายต่อ ล้วนเป็นประเด็นเก่า ที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ และนายอนุทิน เคยเคลียร์กับสังคมไปแล้วหลายหน

ต้องย้อนความไปในวันที่ 31 มีนาคม ที่สมาคมนักข่าว ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการถกเถียงในเรื่องสภาใหม่ นายวัชระ เพชรทอง และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ผนึกกำลังซักถามนายอนุทิน และนายภาคภูมิ จนสิ้นสงสัย ได้ข้อสรุปจากนายภาคภูมิ ที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจ

นายภาคภูมิระบุว่า

บริษัทรับงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ปี 2556 เป็นการก่อสร้างอาคารความสูง 11 ชั้นพื้นที่ 400,000 ตารางเมตร  มีระยะเวลาก่อสร้างรวม 900 วัน แต่ที่ผ่านมาการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า ปัญหาอยู่ตรงนี้คือการส่งมอบพื้นที่ของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา  ไม่เป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ จากเดิมต้องส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดปี 2557 แต่เลื่อนมาเป็นปี 2559 หรือล่าช้ากว่ากำหนดนานเกินกว่า  2 ปี จากสัญญา

บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าปัญหาการก่อสร้างจะไม่ทำให้การก่อสร้างล่าช้าอีกแม้จะไม่มีกำไร ทั้งนี้จากการประเมิน บริษัท ซิโน-ไทยฯขาดทุนจากการดำเนินการก่อสร้างโครงการมูลค่าประมาน 3,000 ล้านบาท ตรงนี้คงมีการหารือกับทางรัฐสภาว่าจะชดเชยให้บริษัทได้มากแค่ไหน

สำหรับปัญหาการติดตั้งระบบไอซีที ที่ประเมินงบประมาณแล้วทะลุหลัก 8 พันล้านบาท และสังคมกำลังจับตามองในเรื่องมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นายภาคภูมิระบุว่า บริษัท ซิโน-ไทย ไม่ได้เข้าไปมีส่วนกับการก่อสร้าง เช่นเดียวกับงานก่อสร้างพื้นที่จอดรถที่มีข่าวว่าปรับแบบลดสเป็ก ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ บริษัท ซิโน-ไทยฯ

การหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ จากสื่อในเครือ นิวส์เน็ตเวิร์ค  จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีนัยยะแอบแฝงหรือไม่ เพราะถ้าหากหวังดีกับบ้านเมืองขนาดนั้น

เหตุไฉนจึงไม่ส่งเรื่องฟ้องให้ถูกต้องตามกฎหมายเสีย เพื่อให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เปิดช่องให้สู้กันตามกฎหมาย

เพราะการสู้ในสนามสื่อ บริษัท ซิโน-ไทยฯ และนายอนุทิน อยู่ในสภาพเสียเปรียบหลายประตู

ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีการตีประเด็นใหม่ ต่อยอดมาจากเรื่องเดิม โดยระบุในเว็บไซต์ พาดหัวว่า “ซิโน-ไทยฯ และเพลงหนูอยากเป็นอะไร” ที่กลับมาเล่นมุขเก่า พูดลอยไปลอยมาให้สังคมเข้าใจว่า “นายอนุทิน” มีส่วนรู้เห็นกับความไม่โปร่งใสในการสร้างสภา

ขณะเดียวกัน ในคอลัมป์ “มายาตลาดหุ้น” มีการตั้งคำถามว่า “เหมาะสมหรือไม่ หาก ซิโน-ไทยฯ จะฟ้องค่าเสียหายจากรัฐ 1.6 พันล้านบาท กรณีส่งมอบพื้นที่ล่าช้า”

แต่เพราะโจทย์ของ “ฐานเศรษฐกิจ” คือการมุ่งโจมตีอีกฝ่าย ชนิดไม่ลืมหูลืมตา ใช่หรือไม่ จึงลืมรายละเอียดที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งไป เพราะ การระบุว่า ซิโน-ไทยฯฟ้องรัฐ 1.6 พันล้านบาท หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากถึงบัดนี้ ยังไม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นแต่ประการใด

ณ วินาทีนี้ มีอาจล่วงรู้ได้ว่าสื่อในเครือ นิวส์เน็ตเวิร์ค กำลังคิดการอะไรอยู่

อาจจะหวังดีต่อบ้านเมือง ทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้านที่ดี

หรือมีอะไรมากกว่านั้น ?

สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ บริษัท ซิโน-ไทยฯ ที่เติบโตต่อเนื่องมาตลอด 2 ทศวรรษหลัง ปัจจุบัน เป็น 1 ใน 5 เสือผู้รับเหมาของประเทศไทย ขณะเดียวกันนายอนุทิน ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า คาดกันว่า น่าจะเป็นพรรคอันดับ 3 โกยคะแนนมากกว่าเดิม ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย ยืนยันจะส่งชื่อ “นายอนุทิน” เป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “NEWS” ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ด้านสื่อ มีความพิเศษ จนสามารถดึง “นายมีชัย ฤชุพันธ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นักกฎหมายอาวุโส ที่มีบทบาททางการเมืองสูง เป็นคนใกล้ชิด คสช. เข้ามานั่งเป็นประธานกรรมการบริษัท 

แต่ผลดำเนินงานของบริษัทกลับไม่ดี ปี 2560 มียอดขาดทุนสะสม 3,553.39 ล้านบาท

หากนำข้อมูล มาอ่านเกมการเมือง ตอบคำถามจากพฤติกรรมของบริษัท นิวส์เน็ตเวิร์ค ที่มุ่งอัดนายอนุทิน และซิโน-ไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายจ้องหาแนวร่วม และธุรกิจสื่อ มีแต่ทรงกับทรุด

ก็ถึงบางอ้อ ได้ไม่ยาก !!!

Ringsideการเมือง


Sharing
spot_img

Latest articles

Related articles

spot_img