Sharing

นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะยางพาราของรัฐบาล ว่า  ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้รับผลกระทบทางด้านราคามาก ที่ผ่านมาภาครัฐอ้างว่าที่ราคายางพาราตกต่ำเพราะมีการปลูกยางพารามากทำให้ปริมาณยางล้นตลาด ไม่เป็นความจริงเพราะปริมาณการนำยางพาราไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้ามีจำนวนสูงขึ้น ทั้งยางรถยนต์ เครื่องมือแพทย์ หรืออื่นๆ ที่มีตัวเลขสูงขึ้น เวลาที่เปิดให้มีการซื้อยางจากพ่อค้าก็ขายหมดทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นยางแผ่นหรือยางก้นถ้วน ก็ขายหมด แต่ที่ราคายางพาราไม่ดีเพราะพ่อค้าเป็นคนกำหนดราคายางพาราไม่ใช่เกษตรกรเป็นคนกำหนดราคา ดังนั้นการกดราคายางจึงเป็นทางออกของผู้ประกอบการยิ่งยางราคาตำเขาก็มีกำไรมากสูงขึ้น

ที่ผ่านมารัฐบาลในสมัยที่เข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ มีท่าทีที่ขึงขังในการแก้ปัญหาให้กับชาวสวนยาง สั่งให้หน่วยงานราชการรวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับซื้อยางพาราเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำถนนหนทาง นำยางพาราไปผสมกับยางมะตอยเพื่อนำมาทำถนน แต่เอาเข้าจริงนโยบายดีแต่ปฏิบัติไม่ได้ เพราะรัฐบาลให้แต่นโยบายแต่ไม่ให้เครื่องไม้เครื่องมือเขาไป แล้วจะทำได้อย่างไร ดังนั้นการที่รัฐบาลให้แต่นโยบายไปก็เลยเป็นอะไรที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ในสมัยที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล มีการร่างแผนงานยุทธศาสตร์ยางพารา เพื่อยกระดับราคาสินค้า ตลอดจนยกระดับสินค้ายางพาราไทยด้วย เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแต่ละปีมีการส่งออกยางพารามากกว่าร้อยล่ะ 88 ของปริมาณยางที่ผลิตได้ทั้งหมดที่เหลือเป็นการส่งออกสินค้าจากยางพารา ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้เข้าประเทศ กระทรวงเกษตรมีแนวคิดที่จะให้รัฐบาลสร้างอุตสาหกรรมจากยางพาราขึ้นมาเพื่อผลิตสินค้าออกไปจำหน่าย โดยมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 6 ปี แต่ก็มีการปฏิวัติก่อนแผนงานดังกล่าวก็พับไป แต่หากมีการเดินตามแผนงานนี้เชื่อว่าในอนาคตไทยจะมีรายได้จากการสินค้าแปรรูปยางพาราเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี และเราสามารถกำหนดราคายางดิบได้เองด้วย ปัจจุบันราคายางพาราตกลงมากจนล่าสุดอยู่ที่  ราคายางแผ่นดิบ 40 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้นถ้วนราคา 17-18 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรขายขาดทุนแต่ก็ต้องขายเพราะไม่ขายก็ไม่มีรายได้ จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกยางมีรายได้ที่สูงขึ้น ไม่ใช่แค่เกษตรกรผู้ปลูกยาง แต่อยากให้ช่วยให้เกษตรกรไทยทั้งหมดมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะหากรัฐบาลช่วยได้ตนเชื่อเกษตรกรจะรักคสช.มากขึ้น แต่ที่ผ่านมาคสช.เลือกที่ปล่อยให่เป็นไปตามกลไกทางการตลาดไม่ยื่นมือมาช่วย ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในทุกประเภท 4 ปีของคสช.สอบตกด้วยคะแนนที่ต่ำมากสำหรับการแก้ปัญหาเกษตรกร และการยกระดับราคาสินค้าเกษตรไทย

นายศุภชัย กล่างด้วยว่า กรณีการเข้ามาของนายแจ็คหม่า และเวปไซด์ อาลีบาบา ไม่ได้ช่วยให้สินค้าเกษตรดีขึ้น แต่กลับเป็นการสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการเดิมมากกว่า จากที่ได้ข่าวว่ารัฐบาลมีการยกเว้นภาษีให้กับการจำหน่ายสินค้าของอาลีบาบา หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริงก็จะส่งผลกระทบกับผู้ขายสินค้ารายอื่น และทุเรียนไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องโปรโมท ดังนั้นการที่อาลีบาบา ประกาศขายทุเรียน 1 นาที 80,000 ลูก ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่หากแจ็ค หม่า อยากช่วยเกษตรกรไทยจริงทำไมไม่นำสินค้าอื่นไปขายในเวปไซด์อาลีบาบา ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ผลไม้ชนิดอื่นๆ ก็จะเป็นการช่วยเกษตรกรไทยได้เป็นอย่างดี ตนพร้อมที่จะเดินเข้าไปกราบของคุณแจ็ค หม่าเลย แต่หากทำไม่ได้แจ็ค หม่า ก็แค่พ่อค้าที่มาหาประโยชน์กับสินค้าไทย


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here