Sharing

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมการเมืองไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่า ส่วนตัวมองการเมืองไทย มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีนักการเมืองหน้าใหม่ มีพรรคการเมืองเกิดขึ้นใหม่ ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น ถือเป็นความงดงามของประชาธิปไตย แต่สำหรับพรรคการเมือง นี่คือการแข่งขันที่เข้มข้น พรรคการเมืองต้องปรับตัว พรรคที่ไปต่อได้นอกจากจะมีตัวบุคคลที่ดี ยังต้องมีนโยบายที่ดี และสามารถปฏิบัติได้จริง เหล่านี้คือสิ่งที่ตนกำลังจัดการให้กับพรรคภูมิใจไทย

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ต้องมีไม่มาก ต้องแก้ปัญหาประชาชนได้ ต้องทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ปฏิบัติได้จริง และปฏิบัติได้โดยทันที ไม่เสี่ยงว่าจะขัดกฎหมาย ก่อนหน้านี้เสนอเรื่องแก้หนี้ กยศ. ถ้าคิดให้ดีมันทำได้จริงทั้งนั้น และทำได้เลย นโยบายของผมไม่ต้องใช้งบเพิ่ม เพราะงบมันถูกใช้ไปแล้ว ตอนปล่อยกู้ เราแค่หาวิธีดึงเงินกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ในเงื่อนไขว่าการศึกษาเป็นบริการสาธารณะ ส่วนการกระจายความเจริญออกนอกกรุงเทพ ผมคิดกับทีมนักวิชาการอยู่ ว่าควรจะออกมาเป็นแนวปฏิบัติอย่างไรดี

นอกจากนั้น ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ต้องเป็นคนเก่ง คนดี ในพื้นที่ การส่งคนกลุ่มนี้ลงหาเสียง มันสะท้อนว่าเราไม่ดูถูกประชาชน ถ้าผู้สมัครเราไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อย่าส่งลงดีกว่า อายเขา

ทั้งเรื่องนโยบาย ทั้งเรื่องคน 2 อย่างนี้ ต้องเข้ามาประกอบกัน ในอดีต ประชาชนอาจสนใจแต่คนในพื้นที่ แต่วันนี้ ประชาชนเขาสนใจนโยบายของพรรคด้วย พรรคการเมือง ต้องปรับตัวให้ทันความคิดคน”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง หน้าที่ของหัวหน้าพรรคมีอย่างเดียวคือยกระดับพรรค หาทางยกระดับความเป็นอยู่ให้กับประชาชน ถ้าประชาชนชอบนโยบายเรา ชอบคนของเรา เขาก็เลือกเราเอง ส่วนที่มีความกังวลว่า บางพรรค บางกลุ่ม ได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ส่วนตัว ไม่สนใจ เพราะในการเลือกตั้ง มีหน่วยงานตรวจสอบ มีพี่น้องประชาชนจับตาดูอยู่ เมื่อทำงานงานในสภา มีสภาตรวจสอบ มีสังคมจับตามอง ถ้าโกงเข้ามา รับรองว่าอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะยุคที่มีสื่อโซเชียล ข่าวสารมันไปไว ปิดกันไม่มิด ใครทำผิด รับรองว่าอยู่ได้ไม่นาน


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here