Sharing

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย กล่าวหลังจากหลายพรรคการเมืองประกาศสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่า คู่แข่งในพื้นที่น่ากลัวมาก การที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ลงมาด้วยตัวเอง เท่ากับพรรคเพื่อไทยเอาจริง ขณะที่พรรคชาติพัฒนา ซึ่งมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นแกนนำ ก็ไม่ธรรมดา เพราะอยู่ในพื้นที่มานาน

แต่พรรคภูมิใจไทยไม่กลัว และไม่ประมาท พรรคภูมิใจไทยเหมือนนักมวย ชกสุดความสามารถ เมื่อโดนเตะก้านคอ ก็ต้องหาโอกาสสวนกลับ กับคุณหญิงสุดารัตน์ ตนเป็นอดีตลูกน้องท่าน เคารพท่าน แต่พรรคภูมิใจไทย ต้องสู้เต็มที่ เช่นกัน ตนเคารพนายสุวัจน์ แต่พรรคภูมิใจไทย ไม่อ่อนข้อให้แน่นอน ยิ่งมีบัตรเดียว ยิ่งสู้ยิบตา ขออย่างเดียว ทุกฝ่ายต้องเล่นตามกติกา สำหรับเป้าหมายที่โคราช พรรคภูมิใจไทยส่งคนที่รู้จักประชาชน รู้จักพื้นที่ เป็นคนดี มีผลงาน หวังกวาด ส.ส. 14 เขตเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงบทบาทของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนชอบรับฟังความคิดเห็น คนรอบข้างต่างหวังดี มีข้อเสนอแนะมาเรื่อย ซึ่งตนรับฟัง แล้วไปคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคจะเคาะอีกทีว่าจะเอาอย่างไร

“อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ผม ใครเสนอะไรมาผมรับฟังหมด เพราะผมเองก็รู้ไม่ครบทุกเรื่อง ยังต้องการนักคิด นักวิชาการ คนรู้จริงมาช่วยเหลือกัน สำหรับคุณเนวิน ชิดชอบ ท่านก็มีไอเดียของท่าน ผมเองก็สนใจแนวคิดของท่าน แต่ที่สุดแล้ว ผมก็ต้องไปคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรคว่ามันทำได้อย่างไร ทำได้แค่ไหน และประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง จากนั้น จะเอา หรือไม่เอา จะทำอย่างไรกับแนวคิด ผมเป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ในฐานะหัวหน้าพรรค”

สำหรับแนวทางของพรรคภูมิใจไทยนับจากนี้  นายอนุทิน ตอบว่า ทำงานหนัก ไม่มองซ้าย มองขวา เดินไปข้างหน้า หานโยบายมาช่วยเหลือประชาชน ถ้ามีโอกาสได้ทำงาน แล้วทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข รับรองว่าได้รับความนิยมแน่นอน

พรรคกำลังพัฒนาแนวคิดเรื่องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ให้มีความเป็นรูปธรรม ที่พอจะบอกได้คือ ทางพรรค หวังเข้าไปแก้กฎกรอบ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนทำมาหากินได้ง่ายขึ้น ด้วยการบริการจากฝ่ายข้าราชการ ที่ทำงานสนับสนุนให้ประชาชนมีชีวิตที่สะดวกสบาย มีความเป็นอยู่ที่ดี

ในทางการเมือง แนวทางของพรรค คือมุ่งทำงานให้กับประชาชน เราไม่ทะเลาะกับใครเด็ดขาด เพราะต้องการทำผลงานในฐานะนักการเมือง เพื่อสร้างความศัทธาให้กับประชาชน ให้ประชาชนเห็นว่า นักการเมือง ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ยังเป็นความหวังของประชาชนได้ ในเรื่องของความขัดแย้ง พรรคภูมิใจไทยตระหนักว่า ความขัดแย้งทางการเมืองไทยเป็นเรื่องที่หนักหนามาก นักการเมือง 2 ฝ่ายซัดกันทั้งในและนอกสภา พรรคภูมิใจไทยต้องการจะลดดีกรีความบาดหมางดังกล่าว เริ่มต้นจากตัวเอง ด้วยการไม่สร้างความขัดแย้งใดๆ พร้อมกับเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ย ให้ 2 ฝ่าย คุยกันได้


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here