Sharing

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันคิดเป็นอันดับ 3 ของโลก แม้จะตามหลังเบอร์ 1 และเบอร์ 2 อย่างอินโดนีเซีย และมาเลเซียอยู่ไกลลิบ แต่ก็นับได้ว่ามีเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดนี้จำนวนมหาศาล

นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์  อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลว่ามีคนไทย ปลูกปาล์มน้ำมันมากถึง 2.25 แสนครัวเรือน เท่ากับมีคนกว่า 1 ล้านคน ที่ฝากความหวังไว้กับราคาปาล์ม

ปัจจุบัน ความเป็นอยู่ของพวกเขากำลังเผชิญปัญหาเนื่องจากวิกฤติราคาปาล์มตกต่ำ อันเนื่องมาจากสหภาพอียูลดการนำเข้าด้วยมองว่า ไม่เหมาะสมต่อการใช้บริโภค ขณะที่ผู้ส่งออกปาล์มรายยักษ์ ยังไม่ลดกำลังการผลิต

การปลูกปาล์มปัจจุบันมีต้นทุน 2.94 – 3.06 บาท ขายได้ 2.50 บาท

ขาดทุนทุกกิโลกรัมที่ขาย

ที่สำคัญราคาปาล์มตลาดโลก และน้ำมันปาล์มในสต็อกที่มีอยู่ 400,000 ตัน เป็นตัวฉุดให้ราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาทุกปี

สำหรับภาครัฐ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้มีการผยุงราคา

ขณะที่นายศิริ จิระพงษ์พันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 โดยเสนอให้นำน้ำมันปาล์มดิบ 1.6 แสนตัน มาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าราชบุรีและบางปะกงเป็นระยะเวลา 3 เดือน

แต่ประเด็นคือ ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าที่ระบุยังไม่พร้อมผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์ม

ดังนั้นการรับซื้อ จึงอยู่ในเอกสารเท่านั้น

ด้านคณะกรรมการพืชน้ำมันผุดไอเดียช่วยเหลือ ในฐานะของผู้รับผิดชอบโดยตรง เสนอให้สนับสนุนค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการ กก.ละ 1.75 บาท

แต่ฝ่ายนักวิชาการ ออกมาแย้งว่า การใช้งบฯสนับสนุนกก.ละ 1.75 บาท หวังผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 3 แสนตันนั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย”

เพราะตอนนี้ตลาดสำคัญอย่างสหภาพ ยุโรป หรืออียู ออกมาตรการลดนำเข้าน้ำมันปาล์มลงมา  อีกตลาดสำคัญคืออินเดียก็เพิ่มภาษีน้ำเข้าเพื่อคุ้มครอง ปาล์มในประเทศ ส่งผลให้ “ซัพพลายโลกล้น” จนราคา ดิ่งหนัก

ส่วนมาตรการกระตุ้นการใช้ B20 ก็ยังอืดมาก จากที่กระทรวงพลังงานเปิดโครงการเดือนกรกฎาคมกันยายน 2561 มีการใช้ไปแล้ว เพียง 6-7 ล้านลิตร คิดเป็นปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพียง 1,199 ตันเท่านั้น

อนาคตของชาวสวนปาล์มไม่สู้ดีนัก นำมาซึ่งการชุมนุมประท้วงบ่อยครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

สำหรับฝ่ายการเมือง พรรคภูมิใจไทย ล่าสุดพยายามนำเสนอความจริงจังในการแก้ปัญหา มีการจัดงานเสวนาระดมความคิดเพื่อยกระดับราคาปาล์มอย่างยั่งยืน แทนการอุดหนุนด้วยเงินรัฐ ซึ่งเข้าข่ายประชานิยม มีความเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย

ในวงเสวนา ปรากฏชื่อของบิ๊กเนมด้านปาล์ม อาทิ นายเชาวลิต ศุภนคร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด กิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ พันศักดิ์ จิตรัตน์  คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ

คำตอบจากที่ประชุม คือ การหนุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานปาล์ม และนำเข้าสู่ระบบแบ่งปันผลประโยชน์

จากนี้พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอกฎหมาย โดยเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า

“ทีมงานของพรรคเตรียมยกร่างกฎหมาย และนำขึ้นเว็บไซด์ของพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ประชาชน และพี่น้องเกษตรกรเข้ามาช่วยเสริมรายละเอียด เพื่อผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ”

สะท้อนความจริงจังตั้งใจ


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here