Sharing

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ  สมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวในงานปฏิรูปและนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง จัดที่ขึ้นที่ ม. รังสิต ว่า ประชาชนต้องการให้พรรคการเมือง ดูแลปากท้อง ผลโพลล่าสุด คนไทย 47.93% อยากเห็นนโยบายแก้ไขความยากจน ต่อมาอยากเห็นนโยบายส่งเสริมการค้าขาย ไปจนถึงการให้ทุกพรรคพูดจริงทำจริง สำหรับพรรคภูมิใจไทย เราน้อมรับความต้องการของประชาชน มาเป็นแนวคิดการทำงานของพรรคเสมอมา

ขอเริ่มจากปัญหาการเกษตรก่อน ข้อเท็จจริงคือโครงสร้างสินค้าเกษตรมีปัญหา เกษตรกรจน แต่ส่วนอื่นของโครงสร้างกลับร่ำรวย ทั้งที่ต่างประเทศ เกษตรกรมีชีวิตที่สะดวกสบาย ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างไม่ต่อเนื่อง และเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ทั้งประกันราคาข้าว ทั้งจำนำข้าว ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถทำได้แล้ว

ในส่วนของการท่องเที่ยว เราพยายามขาย UNSEEN THAILAND แต่ในเมื่องรองกลับขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะการบริหารของภาครัฐที่ผ่านมา มองในเรื่องความคุ้มค่ามากกว่าให้โอกาส ที่จังหวัดศรีสะเกษ ตนเคยไปเรียกร้องถนนสี่เลน ภาครัฐบอกว่ารถน้อย คนน้อย ไม่สร้าง แต่คนในจังหวัดอยากได้โอกาสในการพัฒนา

ปัญหาต่อมา คือ กฎหมาย ซึ่งสร้างภาระให้คนจน อาทิ กฎหมายมรดก ที่คนจนต้องไปขายนามาจ่ายภาษี ขณะที่ภาษีที่ดิน เป็นภาระให้ชนชั้นล่าง กับชนชั้นกลาง โดยไม่กระทบกับชนชั้นบนเลย

กฎหมายไทยรังแกคนขยันอดออม อาทิ พนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานหนักมาจ่ายภาษี ส่วนการกระจายอำนาจ ท้องถิ่นมีแนวทางการพัฒนาในใจ แต่ส่วนกลาง มักไม่ให้ปฏิบัติ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า เกษตรกรต้องมีโอกาสแบ่งปันกำไรจากพ่อค้า ล่าสุด ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ อยู่ที่ กิโลกรัมละ 14 บาท เมื่อเป็นข้าวสารจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 22 บาท ส่วนข้าวถุง กิโลกรัมละ 77 บาท แน่นอนว่ากำไรจากโรงสี และพ่อค้า ไม่เคยถึงเกษตรกรเลย

ภูมิใจไทยมีสูตรแบ่งปันผลกำไร โดยให้นำกำไรจากข้าวถุง และข้าวส่งออกมาบวกกันแล้วเฉลี่ยให้ชาวนา โรงสี พ่อค้าอย่างเป็นธรรม ในสูตร 70 15 15 ถ้าทำสำเร็จ ชาวนาจะมีรายได้มากกว่าเดิม 3 เท่า โรงสีจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 20% และผู้ส่งออกจะมีรายได้ลดลง ตรงนี้เป็นโมเดลเพื่อแก้ไขปัญหาทางเกษตรอย่างยั่งยืน

เรื่องปาล์มน้ำมัน หากไม่เร่งแก้ไข จะเกิดวิกฤติ เพราะ EU กำลังจะปฏิเสธการนำเข้าปาล์มน้ำมัน ภูมใจไทย มีแนวคิด ให้นำปาล์มมาผลิตเป็นไฟฟ้า เพื่อดันราคาปาล์มให้สูงแตะ 4.50 บาท ต่อกิโลกกรัม

“ความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เรื่องเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีความเหลื่อมล้ำเชิงโอกาสด้วย คนรวย กับคนจน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนต่างกัน คนรวยมีเครดิท มีเงินต่อยอดธุรกิจ ต่างกับคนจนลิบลับ

นอกจากนั้นยังมีโอกาสทางการศึกษา ซึ่งไม่เท่าเทียมกัน เพราะมีความพยายามออกกฎเกณฑ์ออกมาเพื่อรวมศูนย์อำนาจ ไว้กับศูนย์กลาง จะตั้งสถานศึกษา คุณต้องมีสิ่งเหล่านี้ เพื่อจัดการเรียนการสอนตามที่กำหนดเท่านั้น ดังนั้น คนในเมืองมีโอกาส เข้าถึงการศึกษาง่ายกว่า คนรวยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากกว่า ขณะที่การเรียนการสอน เราไม่เคยสนใจเด็ก ทั้งที่เด็กเหมือนพืชต่างพันธุ์ แต่เราพยายามจะปลูกเหมือนกันหมด

ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดเรื่อง Thailand Sharing Economy หรือการเรียนออนไลน์ ตามความต้องการของผู้เรียน ให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาให้มากที่สุด”

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับ สิ่งที่พรรคอยากให้เกิดคือการผ่อนคลายกฎหมาย ให้คนไทยสามารถนำทรัพย์มาใช้ทำมากินได้อย่างสะดวก เช่น GRAB หรือ AIRBNB เพราะมีคนนิยม แต่กลับไม่สามารถใช้เพื่อหารายได้อย่างสบายใจ เนื่องจากขัดต่อกฎหมายที่ล้าสมัย พรรคภูมิใจไทย มองว่าต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ยกเลิกกฎหมายเก่า ซึ่งปิดกั้นการหารายได้ของประชาชน มันถึงเวลาที่คนไทยทุกคนต้องมีโอกาสในการทำมาหากินโดยสุจริตอย่างเท่าเทียม


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here