Sharing

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงการที่ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณจะเสื่อมถอยหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เท่าที่ได้ไปสัมผัสและสำรวจข้อมูลมา ตนยังสัมผัสได้ถึงความเหนี่ยวแน่นของอดีต ส.ส.และของพรรค ต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน จริงอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐจะไปเจาะฐานเสียงก็ได้เพียงบางส่วน แต่คงไม่สามารถไปเจาะพื้นที่แข็งๆได้

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า การสำรวจของสำนักโพลและสถาบันทางวิชาการต่างๆ ในช่วงนี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และเป็นการถามความนิยมบนพื้นฐานของกระแสพรรคมากกว่า ดังนั้น ถ้าหากต้องการได้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงและสอดคล้องกับระบบเลือกตั้งใหม่ ต้องรอช่วงที่มีการเปิดหน้าผู้สมัครแต่ละเขตแบบแน่นอน รวมถึงทราบชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

ดร.สติธร ยังระบุอีกว่า เรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคต่างๆ ที่ให้ส่งได้ 3 รายชื่อนั้น ต้องถือว่าทั้ง 3 คนมีความสำคัญเท่าเทียม เป็นระนาบเดียวกัน ไม่ใช่เรียงเป็นหนึ่งสองสาม เพราะกฎหมายไม่บังคับ โดยหนึ่งในสามคนนี้จะถูกดึงไปใช้ทีละคนก็เมื่อตอนโหวตตำแหน่งนายกฯในที่ประชุมรัฐสภา ตอนนี้จึงเหมือน “ยืนหนึ่ง” ทุกคน ไม่จำเป็นต้องจัดอันดับ

นอกจากนี้ ดร.สติธร ยังกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มที่เรื่องนโยบายจะลดความสำคัญลง เนื่องจากถูกล็อกด้วยยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายใหม่ ทำให้นโยบายแต่ละพรรคออกมาคล้ายๆกันทั้งหมด อาจจะไม่หวือหวาฉีกแนว ทำให้กลับมาสูตรเดิมคือ เมื่อนโยบายคล้ายๆกัน คนเลยจะตัดสินใจเลือกที่ตัวบุคคล เช่น  ใครที่ชาวบ้านวางใจว่าจะสามารถทำนโยบายได้จริง ได้ดีกว่า เขาจะเลือกคนนั้น หรือพรรคไหนที่มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ ดูน่าเชื่อถือ ก็มีโอกาสจะชนะเลือกตั้ง


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here