Sharing

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นร้องต่อศาลรัธรรมนูญขอให้ไม่รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้วินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายเรืองไกร อธิบายว่า กกต.ทำไม่ถูกขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่มีการไต่สวนให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแสดงพยานหลักฐาน ขัด พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.หมวด 2 การสืบสวน การไต่สวน และการดำเนินคดี และระเบียบคณะ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 เข้าลักษณะกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามมาตรา 69 พ.ร.ป.กกต.และหากศาลรัฐธรรมนูญดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป กรณีย่อมอาจขัดต่อหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสองกำหนดไว้

นอกจากนี้ การกล่าวหาว่าการกระทำของพรรคเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น คำว่า “ปฏิปักษ์” ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึงฝ่ายตรงข้าม ข้าศึก ศัตรู ย่อมหมายความว่าพรรค ทษช.อันอาจเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือข้าศึก ศัตรู ต่อการปกครอง ซึ่งข้อเท็จจริงที่ กกต.นำมาพิจารณานั้นเป็นการตีความไปเองให้เกินเลยไปกว่าตัวหนังสือที่ปรากฏในพยานหลักฐาน คำร้องของ กกต.จึงมีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณามีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือจำหน่ายคดี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 77


Sharing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here